เที่ยวเมืองสิงห์..ชิมช้อปของลือชื่อ..อู้หู..กระเป๋าไม้ใบกว่าล้านบาท

1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 Rating 0 (0 Votes)

สิงห์บุรี หนึ่งในจังหวัดเขตที่ราบลุ่มภาคกลางตอนบน ทางริมฝั่งด้านตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา นับเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ ถือเป็นดินแดนของวีรชนคนกล้า ที่ในอดีตสามารถยืนหยัดต่อสู้กับพม่าอย่างยาวนานกว่า 6 เดือน โดยปราศจากอาวุธและเสบียง


 

มากกว่าไปนั้น สิงห์บุรี ยังเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางพระพุทธศาสนา ล้อมรอบไปด้วยวัด วิหาร และปูชนียสถานที่สร้างขึ้นตามแรงศรัทธา เป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแหล่งเกษตรกรรม ทั้งบนดินและผืนน้ำ ตามคำขวัญประจำจังหวัดที่ว่า “ถิ่นวีรชนคนกล้า คู่หล้าพระนอน นามกระฉ่อนปลาแม่ลา ย่านการค้าภาคกลาง”


แน่นอนว่า สิงห์บุรี ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อ หรือมีแหล่งท่องเที่ยวดังๆ ระดับแม่เหล็ก แต่ด้วยประวัติศาสตร์เมือง ความหลากหลายทางธรรมชาติ ตลอดจนวิถีชีวิตชุมชน และศิลปะวัฒนธรรม ที่ถูกซุกซ่อนและยังไม่คุ้นชินนักท่องเที่ยวนัก สำหรับคนที่แสวงหาวิถีชีวิตแบบสโลว์ไฟล์ สิงห์บุรี...ยังมีสิ่งที่ชวนให้ค้นหา

จากพื้นที่ของเมืองเป็นศูนย์รวมของแม่น้ำที่สำคัญทั้ง 3 สาย คือ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และแม่น้ำลพบุรี และยังมีแหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญอุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุอย่าง "ลำน้ำแม่ลา" มีความยาวประมาณ 18 กิโลเมตร ความกว้าง 40-80 เมตร ไหลผ่าน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภออินทร์บุรี อำเภอบางระจัน และอำเภอเมืองสิงห์บุรี "ลำน้ำแม่ลา" เป็นแหล่งกำเนิด "ปลาช่อนแม่คา" ปลาที่ได้ชื่อว่า มีรสชาติอร่อยกว่าปลาช่อนจากแหล่งน้ำอื่นๆ จนกลายเป็นอาหารจานเด็ดที่สร้างชื่อเสียงให้เมืองสิงห์บุรี เรียกว่ามาเมืองนี้ ถ้าไม่ได้กิน “ปลาช่อนแม่ลา” ถือว่ายังมาไม่ถึง

         ป.แดน เกษตรฟาร์ม ลือชื่อปลาแดดเดียว

ตลอดทริปท่องเที่ยวเมืองสิงห์ครั้งนี้ มีโอกาสได้ลิ้มลองเมนูเด็ดขึ้นชื่อ “ปลาช่อน” แทบทุกมื้อ เช่น ปลาช่อนเผาแดดเดียว ปลาเห็ดทอด ต้มยำปลาช่อน เป็นต้น ที่สำคัญเรายังมีโอกาสยังได้แวะเข้ามาดูวิถีชีวิตของคนเลี้ยงปลา ตั้งแต่กระบวนการเพาะพันธุ์ แปรรูปพร้อมจำหน่ายและรับประทาน ณ “ป.แดน เกษตรฟาร์ม” แหล่งจำหน่ายทั้งพันธุ์ปลาช่อนแม่ลา

ปัจจุบัน "ป.แดน เกษตรฟาร์ม" จำหน่ายทั้งพันธุ์ปลาช่อนแม่ลา ปลาช่อนแม่ลาสด และแพ็คแช่แข็งปลาช่อนแดเดียว ที่สามารถเก็บได้นาน 3 เดือน ป.แดน เกษตรฟาร์ม 7 หมู่ 3 ต.แม่ลา อ.บางระจัน  จ.สิงห์บุรี

สำหรับตำนานความอร่อยของ “ปลาช่อนแม่ลา” นั้น มีเล่าขานกันว่า เริ่มต้นขึ้นในสม้ยรัชกาลที่ 5 ในคราวที่พระองค์เสด็จประพาสต้น เมื่อพระพุทธเจ้าหลวงประทับแรมที่วัดประศุภ “ปลาช่อนลำน้ำแม่ลา” เป็นหนึ่งในพระกระยาหาร เมื่อพระองค์เสวยแล้วได้ตรัสว่า "ปลาของลำน้ำแม่ลามีรสชาติดีกว่าที่อื่น"

         สัมผัสงานจักสานหวายไม้มงคล 9 ชนิด

แม้จะเคยเห็นผลิตภัณฑ์ผ่านตามาบ้างก็ตาม แต่เพิ่งจะรับรู้ถึงคุณค่าความยิ่งใหญ่ภูมิปัญญาไทยกับผลิตภัณฑ์งานจักสานหวายไม้มงคล 9 ชนิด โดย นายนวพล สะดวกดี ประธานกลุ่มจักสานหวายไม้มงคล 9 ชนิด เล่าให้ฟังว่า จักสานหวายไม้มงคล 9 ชนิด ได้รับแรงบันดาลใจจากที่ไปเห็นกลุ่มข้างบ้านกำลังทำจักสาน จึงเข้าไปขอความรู้จากครูภูมิปัญญา “ป้าราตรี” ชาวบ้านหมู่ 1 ตำบลหัวไผ่ พร้อมแนะนำให้รู้จัก “ครูจำนง จักรทอง” ต่อจานั้น “ครูจำนง” ได้มอบหมายให้ “ป้าสำรวย” มาเป็นผู้ถ่ายทอดภูมิปัญญา

“ซึมซับความรู้แบบครูพักลักจำ เช่น การทำเส้น ทำหวาย จากนั้นก็กลับบ้านมาพัฒนาฝึกฝน เริ่มจากทำเรือสุวรรณหงษ์จำลองจักสาน แล้วลองมาทำตะกร้า ระหว่างที่ทำเราพยายามพัฒนาตนเองและชิ้นงานให้มีคุณภาพและความละเอียดยิ่งขึ้น โดยให้เส้นมีขนาดเล็กที่สุดเท่ากับเส้นผม เราใช้เวลาจักสานนาน 8 เดือนทำได้ 1 ชิ้น ถือว่าใช้เวลานานมาก ซึ่งงานแบบนี้ไม่มีใครทำได้ ผมคิดว่าจะทำยังไงดี จีงหันกลับมาทำงานหยาบๆ และหาทางถ่ายทอดภูมิปัญญาเหล่านี้ไปสู่รุ่นต่อๆ ไป จึงจัดตั้งเป็นกลุ่ม”

งานจักสานหวายมงคล 9 ชนิด ถือเป็นงานฝีมือที่ทรงคุณค่า ยิ่งชิ้นงานที่มีคุณภาพมีความละเอียดเรียบร้อยสวยงามด้วยแล้ว เป็นที่หมายตาของผู้สนใจยิ่งนัก โดยสนนราคาชิ้นละหลักพันภึงหลักล้านบาท ว่ากันว่า ในหมู่คนไทยที่มีรสนิยมสูงและชาวญี่ปุ่น จะชื่นชอบงานจักสานเป็นพิเศษ

สนใจติดต่อ นายนวพล สะดวกดี โทร.08-1743-8081 หมู่ 1 ต.โพธิ์ชัย อ.อินทร์บุรี  จ.สิงห์บุรี

         ชิมหอยขมไร้สารเคมี Workshopงานเพ้นท์ ณ บ้านหอยขม

อีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจกับการเที่ยวสบายๆ สโลว์ไลฟ์ ณ บ้านหอยขม กับกิจกรรม Workshop  เพ้นท์เปลือกหอยขม เพ้นท์กระถางต้นไม้จากผ้า

มากไปกว่านั้น เรายังได้ชมการสาธิตวิธีการเลี้ยงหอยขมแบบธรรมชาติไร้สารเคมีนอกเหนือจากการทำนาทำไร่ โดยใช้ทางมะพร้าว แช่ไว้ในน้ำเป็นจุด ๆ เพื่อให้หอยขมหรือหอยจุ๊บมาเกาะ โดยใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 4 เดือน ก็สามารถจับขายได้

สำหรับวิธีเก็บก็เพียงดึงทางมะพร้าวขึ้นมาจากบ่อเลี้ยง แล้วเลือกเก็บหอยตามขนาดที่ต้องการ สร้างรายได้พิเศษให้กับชาวบ้านเป็นอย่างดี โดยมีสนนราคาขายกิโลกรัมประมาณ 20 บาท หากปรุงสุกพร้อมทานจะขายในราคาประมาณ 35 บาท

         บ้านข้าวหอมโฮมสเตย์ สิงห์บุรี นอนสบาย...สัมผัสวิถีชีวิตบ้านๆ

หลายคนที่เคยค้างแรมที่พักแบบโฮมสเตย์ตามแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อ อาจจะนิยาม “โฮมสเตย์” ว่า เป็นบ้านพักของชาวบ้านธรรมดาๆ ที่ดัดแปลงแบ่งเป็นห้องให้เช่าพักอาศัย

แต่สำหรับ “บ้านข้าวหอมโฮมสเตย์ สิงห์บุรี” ให้คุณได้มากกว่าแค่การมานอนค้างแรมบ้านเรือนไทยสไตล์คลาสสิก ที่นี่! เติมเต็มคุณค่าให้กับชีวิตด้วยกิจกรรมหลากหลาย และเป็นกิจกรรมที่ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชนบทอย่างแท้จริง เรียกว่าตั้งแต่เช้าตรู่ไปจนค่ำมืดจบวัน

เช้าตรู่..เริ่มต้นด้วยกิจกรรมการใส่บาตรบริเวณหน้าบ้านพักเวลา 06.30 น. เสร็จแล้ว ก็ใช้เวลาช่วงหนึ่งเดินไปสูดอากาศบริสุทธิ์พร้อมชมแปลงผักออร์แกนิค แวะเยึ่ยมชมโรงสีข้าว เครื่องรดน้ำกล้วยของบ้านข้าวหอม

หลังทำกิจธุระส่วนตัว ก็มาลิ้มลองอาหารเมนูอร่อยของท้องถิ่น ครั้นสายๆ หน่อย ทางที่พักก็จะชวนคุณไปออกกำลังด้วยการปั่นจักรยานเที่ยวชมทุ่งนา ขี่ลัดเลาะไปตามปลายนา ชมทุ่ง ชมบ้านเรือนในระแวกหมู่บ้านอย่างเพลินใจ

บ้านพักของที่นี่ มีให้เลือก 2 แบบ คือ นอนบ้านเรือนไทยของพี่สายพิน (เจ้าของบ้าน) และแบบที่ 2 คือ นอนบ้านสวน ที่สร้างแบบเรือนไทยเรียงกัน 3 หลัง ใครสนใจแวะมาสัมผัสได้ที่ บ้านข้าวหอมฟาร์มสเตย์ 159/1 หมู่ที่  9 ต.หัวไผ่ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี

         ชม…ช็อป…ขนมขึ้นชื่อ “บ้านขนมหวานทองเอน”

ก่อนเดินทางกลับเข้ากรุง เราแวะไปเช็กอินชม..ช็อป..ขนมอร่อยขึ้นชื่อ ณ บ้านขนมหวานทองเอน อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ร่วมทำกิจกรรมเรื่องกล้วยๆ อาทิ การแปรรูปกล้วย และ Workshop สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากกล้วย เช่น เรียนรู้การทำกล้วยตากรูปหัวใจ เป็นของที่ระลึก จากนั้นแวะซื้อของฝากร้านเกษรา ในอำเภอเมือง

เที่ยวเมืองสิงห์ 2 วัน 1 คืน อิน..ฟิน..วิถีชน..ยลทุ่งนา..ชิมของลือชื่อ กิจกรรมเหล่านี้ แม้ไม่ได้ทำให้ “อะดรินาลีน” ลุกโชนทั่วร่างกายหรือสร้างความตื่นเต้นเร้าใจเยี่ยงการท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวขึ่นชื่ออะไรนัก แต่ถ้าใครได้มาสัมผัสจะรู้สึกอินฟินในอารมณ์

ค้นหาบทความ

Who's Online

Page generated in 0.374 seconds.