เที่ยว..กิน..UNSEEN ต้องลอง..ต้องมา ชุมชนระยอง OTOP นวัตวิถี

1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 Rating 0 (0 Votes)

ระยอง เปิดประสบการณ์การท่องเที่ยว..ชม..ชิม..ช้อป กับ 40 หมู่บ้านท่องเที่ยวชุมชน "ระยอง ต้องลอง ต้องมา OTOP นวัตวิถี” มุ่งสร้างรายได้เศรษฐกิจท้องถิ่นยั่งยืน ภายใต้โครงการ “ไทยนิยมยั่งยืน สร้างรอยยิ้มคืนความสุขเพื่อคนไทย”

ว่าที่ร้อยตรีพิรุณ เหมะรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในการเปิดงาน “โครงการเที่ยวชุมชนระยอง ต้องลอง ต้องมา OTOP นวัตวิถี กิจกรรมเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยว 3 เส้นทาง ภายใต้โครงการไทยนิยมยั่งยืน สร้างรอยยิ้มคืนความสุขเพื่อคนไทย” มีผู้นำชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง พร้อมสื่อมวลชนจากแขนงต่างๆ เดินทางลงพื้นที่

“ตามที่รัฐบาลมีนโยบายลดความเหลื่อมล้ำของสังคมและมุ่งเน้นการสร้างรายได้และความเจริญเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน จังหวัดระยองจึงได้จัดกิจกรรมที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวแต่ละท้องถิ่น กับการตลาดท่องเที่ยวภาคธุรกิจในระดับจังหวัด อำเภอ และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดรายได้กับชุมชน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึง กระตุ้นเศรษฐกิจและสังคมภายในประเทศให้มีความเข้มแข็ง”

"กิจกรรมครั้งนี้จะช่วยสร้างการประชาสัมพันธ์ชุมชนท่องเที่ยวOTOP นวัตวิถี จ.ระยอง ให้เป็นที่รู้จักทำให้คนในชุมชนเกิดความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น พัฒนาสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) อันจะนำไปสู่การเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน" รองผู้ว่าฯ ระยองกล่าว “โครงการดังกล่าว เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยว 3 เส้นทาง โดยเลือกเยี่ยมชม 20 จุดท่องเที่ยวใน 8 อำเภอ จากทั้งหมด 40 หมู่บ้าน รวมระยะเวลา 6 วัน 5 คืน ภายใต้โครงการไทยนิยมยั่งยืน สร้างรอยยิ้มคืนความสุขเพื่อคนไทย”

สำหรับ 3 เส้นทาง “เที่ยว..กิน..UNSEEN ต้องลอง..ต้องมา ชุมชนระยอง OTOP OTOP นวัตวิถี” นั้น ประกอบด้วย

1.เส้นทางที่ 1: “ท่องเที่ยวเศรษฐกิจตามเส้นทาง EEC” อำเภอบ้านค่ายและอำเภอนิคมพัฒนา 2.เส้นทางที่ 2 : “ท่องเที่ยว มนต์เสน่ห์วิถีชาวเล” อำเภอบ้านฉาง อำเภอเมืองและอำเภอแกลง และ 3.เส้นทางที่ 3: “ท่องเที่ยว อารยธรรม ดื่มด่ำธรรมชาติ” ที่อำเภอเขาชะเมา อำเภอวังจันทร์และอำเภอปลวกแดง

ทั้งนี้ ว่าที่ร้อยตรี พิรุณ ยังกล่าวเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสบรรยากาศจุดท่องเที่ยวทั้ง 40 หมู่บ้านของจังหวัดระยอง ที่มีเอกลักษณ์และสินค้าเฉพาะตัว เพื่อช่วยกันสนับสนุนสินค้าภายในชุมชน สร้างการกระจายรายให้แก่เศรษฐกิจฐานรากและสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นภายในชุมชนได้อย่างแท้จริง

นายประเมิน อุมา หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน เปอดเผยถึงเส้นท่องเที่ยวชุมชนว่า เส้นทางที่ 1 "ท่องเที่ยวเศรษฐกิจตามเส้นทาง EEC" ที่อำเภอบ้านค่าย และอำเภอนิคมพัฒนาเป็นการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดระยอง สู่การท่องเที่ยวระดับโลก รองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและกลุ่มท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ขณะที่ เส้นทางที่ 2 "ท่องเที่ยว มนต์เสน่ห์วิถีชาวเล" ที่อำเภอเมือง อำเภอแกลง และอำเภอบ้านฉาง สัมผัสวิถีชีวิตชาวประมง เดินเที่ยวชุมชนที่ทำประมงเชิงอนุรักษ์ ชุมชนประมงเก่าแก่  เชื่อมต่อระหว่างน้ำจืดและน้ำทะเล เป็นแหล่งทำประมงพื้นบ้านและประมงน้ำลึกของชาวบ้านยังคงอนุรักษ์ไว้ และเส้นทางที่ 3 "ท่องเที่ยว อารยธรรม ดื่มด่ำธรรมชาติ" อำเภอเขาชะเมา อำเภอปลวกแดงและอำเภอวังจันทร์  เน้นการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเพื่อให้ชาวระยองมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยการมีส่วนร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชนอย่างเข้มแข็ง เพื่อให้นักท่องเที่ยวรู้สึกประทับใจและช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เป็นการเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวมาลองสัมผัสการท่องเที่ยวแบบชุมชน ชมความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งสามารถมาเที่ยวได้ทั้งปี

โดยเฉพาะ 2 เส้นทางไฮไลท์ ที่มทีมข่าวมาเปิดประสบการณ์ เที่ยว..กิน..UNSEEN เส้นที่ 2 และเส้นทาง 3 ตระเวณชม..ชิม..ช็อป..ทั้งหมด 12 หมู่บ้าน โดยแต่ละพื้นที่ล้วนแต่มีเอกลักษณ์ชวนให้มาสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว อาหารเมนูคาวหวานประจำท้องถิ่น ศิลปะวัฒนธรรม รวมถึงภูมิปัญญาชาวบ้าน

เส้นทางที่ 2  "ท่องเที่ยว มนต์เสน่ห์วิถีชาวเล" มีหมู่บ้านมาบจันทร์ หมู่ 7 ต.แกลง อ.เมืองระยอง หมู่บ้านธงหงส์  หมู่ 1 ต.กระเฉด อ.เมืองระยอง  หมู่บ้านเนินฆ้อ หมู่ 3 ต.เนินฆ้อ อ.แกลง หมู่บ้านแสมผู้ หมู่7 ต.ปากน้ำประแสร์ อ.แกลง 

หมู่บ้านมาบจันทร์ หมู่ 7 ต.แกลง อ.เมืองระยอง หมู่บ้านที่มีป่าเขาสลับกับแหล่งน้ำ มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ป่าชุมชนสำนักสงฆ์ป่าสักอยู่บนเทือกเขายายดา เหมาะสำหรับเป็นเส้นทางของนักปั่นจักรยาน ร่วมกิจกรรมทำฝาย โครงการป่าชุมชน ที่หมู่บ้านมาบจันทร์ ในอดีตเป็นพื้นที่แห้งแล้ง เมื่อหน้าแล้งจะเกิดไฟป่า ยามเข้าหน้าฝนจะเกิดดินถล่ม ชาวบ้านจึงร่วมกันทำฝายหินชลอน้ำ ซึ่งสามารถซ่อมแซมได้ตลอด เพราะเป็นพื้นที่เขาที่มีหินจำนวนมากใช้เป็นวัสดุในการทำฝาย

นอกจากนี้ ยังมีสวนสละสุมาลี เราแวะมาชมสวนของ “คุณระเบียบ” ซึ่งเป็นสวนปลอดสารพิษ เที่ยวนี้เจ้าของสวนใจดีนอกจากจะถ่ายทอดวิธีการผสมเกสรสละแล้ว ยังพาชมและให้เราได้ชิมสละกันสดๆ จากต้นอีกด้วย จากนั้นแวะมาชมสวนทุเรียน “คุณจรูญ” ของฝากและสินค้าโอทอปขึ้นชื่อที่มาบจันทร์คือ สละลอยแก้ว ทุเรียนทอด น้ำพริกเห็ดฟู น้ำพริกทุเรียน และกล้วยกรอบแก้ว

 

หมู่บ้านธงหงส์ อัตลักษณ์คือ เสาธงหงส์ เป็นไม้ตะเกาและหงส์สำริดตั้งอยู่บนยอดเสาอยู่คู่หมู่บ้านมาแต่โบราณชาวบ้านนับถือมาก ในทุกเทศกาลจะมีการชักธงขึ้นสู่ยอดเสาหงส์ มีหลวงพ่อทอง ผู้ก่อตั้งวัดธงหงส์ เป็นที่นับถือบูชา วัดตั้งอยู่บนเนินเขาในหมู่บ้าน ร่มรื่น สงบ มีอาคารปฏิบัติธรรมรองรับผู้คนได้ถึง 300 คน มีลานอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชไว้สักการะ ของฝากขึ้นชื่อคือ งานจักสานจากเส้นพลาสติก ยาสระผม กระเป๋าสาน หมอนฟักทอง

หมู่บ้านเนินฆ้อ เป็นพื้นที่ตัดกันระหว่าง 3 หมู่บ้าน ซินแสทำนายว่า 3 หมู่บ้านนี้เปรียบเสมือนมังกร สามารถทำกินได้แต่ไม่ร่ำรวย เลยได้ให้ทำมณฑปครอบรอยพระพุทธบาทไว้สักการะบูชา มีพื้นที่ป่าชายเลน 30 ไร่ ให้นักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรมปลูกป่าชายเลน มีวัดวังหว้า ที่พัฒนาโดย หลวงปู่คร่ำ ยโสธโร พระที่มีอายุยืนยาวและมีเมตาธรรมสูง นอกจากพัฒนาวัดแล้วท่านยังให้ความสำคัญกับโรงเรียนวัดวังหว้าเป็นอย่างมาก มีหุ่นขี้ผึ้งและสรีระสังขารของท่านไว้บูชา

ไฮไลท์ของที่นี่คือ อาหารพื้นถิ่นขึ้นชื่อ "ขนมนิ่มนวล" ขนมไทยโบราณที่หาทานยากและทำยากเช่นกัน สินค้าโอทอปเป็น กะปิ น้ำปลา เคยอบแห้ง ชาใบขลู่

หมู่บ้านเนินทราย เป็นหมู่บ้านระบบนิเวศอุดมสมบูรณ์ทั้งน้ำและป่า เป็นพื้นที่ป่าโกงกางทั้งหมด 35 ไร่ ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมง มีที่ท่องเที่ยวโดดเด่นคือ สะพานรักษ์แสม สะพานไม้เก่าแก่ยาวประมาณ 1 กม.เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ อยู่ในพื้นที่เขตอนุรักษ์และเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ มีธนาคารปู มีทางเดินไม้ยาวชมความงดงามของป่าโกงกางและเรือนำชม มีปูแสมจำนวนมาก ทั้งยังเป็นแหล่งอาศัยของปูก้ามดาบ

ด้วยระบบนิเวศที่สมบูรณ์ จึงได้รับขนานนามว่า "อเมซอน ไทยแลนด์" อาหารขึ้นชื่อ หมี่ผัดกุ้งพื้นเมือง กระยาสารทโบราณ ปลาเค็มแดดเดียว ปราหมึกแปรรูป ให้นักท่องเที่ยวได้ชิม ช้อป ด้วย

หมู่บ้านแสมผู้ ที่นี่เราได้สัมผัสความเรียบง่ายของวิถีคนท้องถิ่น นั่งรถสามล้อพ่วง จากนั้นพาล่องเรือชมธรรมชาติแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เดินชมป่าชายเลนที่สูงจนปกคลุมเส้นทางคล้ายอุโมงค์จนเข้าไปถึง "ทุ่งโปรงทอง” ที่ซ่อนตัวอยู่ด้านใน มีความอุดมสมบูรณ์และงดงาม โดยในยามเย็นแดดร่มนั้น จะสะท้อนแสงสีเขียวอร่ามตา งดงามยิ่งนัก นับเป็นจุดเช็กอินและถ่ายภาพเคียงคู่วิวธรรมชาติได้สวยมาก

ที่สำคัญที่นี่ มีอากาศบริสุทธิ์ให้ทุกคนสูดเข้าเต็มปวดแบบไร้กังวล หลังจากเพลิดเพลินกับวิวและชักภาพอยู่พักใหญ่ ก็เดินลัดเลาะไปตามเส้นทางเพื่อล่องเรือชมป่าโกงกางและป่าแสม โดยก่อนลงเรือได้แวะสักการะศาลเจ้าพ่อแสนผู้ ซึ่งเดิมเป็นศาลไม้เสาต้นเดียวที่ชาวบ้านสร้างไว้ เพื่อขอให้หาปูปลาได้เพียงพอกับการยังชีพ และด้วยแรงศรัทธาและชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ ร่วมใจกันบูรณะและสร้างเป็นศาลแบบบ้านให้ทุกคนได้สักการะมาจนถึงปัจจุบัน

เส้นทางที่ 3 "ท่องเที่ยวอารยธรรม ดื่มด่ำธรรมชาติ" ที่อ.ชะเมา ประกอบด้วย หมู่บ้านมะเดื่อ หมู่ 2 ต.เขาน้อย  หมู่บ้านเขาน้อย หมู่ 3   หมู่บ้านตะขบ หมู่  5 ,อ.วังจันทร์ มี หมู่บ้านบ้านคลองไผ่ หมู่ 3 ต.,หมู่บ้านแก่งหวาย หมู่ 6  ต.ชุมแสง และสุดท้าย อ.ปลวกแดง  หมู่บ้านพัฒนาผัง 2 หมู่ 6 หมู่บ้านชากมันเทศ หมู่ 4 ต.แม่น้ำคู้

เริ่มที่หมู่บ้านมะเดื่อ เป็นหมู่บ้านที่อยู่ติดน้ำและเขาจำนวนมาก สถานที่ท่องเที่ยวเด่นคือ วัดถ้ำเขาโบสถ์ มีพระพุทธรูปปั้นมือสมัยอยุธยา ภูเขาลักษณะเหมือนโบสถ์หลังใหญ่ ที่เป็นภูเขาพิงกัน มีต้นไม้พระเจ้าห้าพระองค์ อยู่ในบริเวณนี้ด้วย วัดถ้ำเขาลอย เป็นถ้ำหินปูนธรรมชาติหลากหลายชนิดยังเป็นแหล่งมรดกโลก สินค้าขึ้นชื่อ สัปปะรดกวน น้ำสัปปะรด ทุเรียนทอด ไข่เค็ม น้ำพริกเผา น้ำยาล้างจา

หมู่บ้านเขาน้อย ภูมิทัศน์ เป็นป่าไม้ ภูเขาและแหล่งน้ำ มีวัฒนธรรมบายศรีสู่ขวัญแก่นักท่องเที่ยวและแขกที่มาเยือน ที่นี่เรานั่งเรือลอดถ้ำเขาชะอางคร่อมคลอง เป็นภูเขาหินปูนธรรมชาติ มีน้ำไหลผ่านจนกลายเป็นถ้ำระยะทางที่ให้นักท่องเที่ยวได้ลอดชมประมาณ 350 เมตร ชมหินงอกหินย้อย

สำหรับของกินของฝากขึ้นชื่อ คือทองม้วนสด ข้าวเกรียบฟักทอง ขนมดอกจอก กล้วยอบเลย กล้วยฉาบ งานนี้ชาวบ้านมาออกร้านเคราะตะลิ่วตีกะทะเปิดเตาทำให้ชิมกันแบบสดๆ ร้อนๆ แหมม..อร่อยเหาะจริงๆ หลายคนซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน

จากนั้นมาแวะที่หมู่บ้านตะขบ เพื่อไหว้พระวัดถ้ำวัฒนมงคล หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วัดถ้ำเจ้าคุณ มีโยมจากพัทยาถวายที่ดินเพื่อสร้างวัด “ท่านเจ้าคุณ" จะเน้นเรื่องพระคุณของแม่ บุคคลใดปฏิบัติดีต่อแม่จะส่งผลเจริญรุ่งเรืองแก่ชีวิต มีสถานที่ชมวิวท้องนาอันกว้างใหญ่หรือ "ฟ๊อกแลนด์ ดินแดนผืนนาชายป่าและทิวเขา" มีต้นไม้ปลิวไหวลู่ลม ชาวบ้านสร้างกระท่อมหลังเล็กไว้เฝ้าช้าง ซึ่งอาจลงมาเยือนยามค่ำคืน ของช้อปที่น่าสนใจ เช่น ข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวเหนียวแดง สัปปะรดกวน ตะกร้าก้านมะพร้าว ผักสดปลอดสารพิษ

หมู่บ้านคลองไผ่ สองข้างทางมีภูมิทัศน์ร่มรื่นด้วยสวนยางพาราสลับกับป่าไม้ ชาวบ้านทำการเกษตรและสวนผลไม้ปลอดสารพิษเป็นหลัก มีของฝากเป็นชาดอกดาวเรือง และชาใบขลู่ ทำผักดองโบราณ มีการแสดงดนตรีจากชมรมผู้สูงอายุ เป็นการแสดงดนตรี รวมทั้งร้องเพลง ทั้งลูกทุ่งและลูกกรุง ณ ตลาดขวัญใจชาวไร่ เป็นตลาดที่ขายผลิตภัณฑ์และของดีของหมู่บ้าน การแสดงจะมีทุกวันเสาร์ตั้งแต่เวลา 13.00-16.00 น.

หมู่บ้านแก่งหวาย ความเป็นธรรมชาติของที่นี่ยังคงไว้ได้อย่างงดงาม ชาวบ้านทำการประมง สวนยางพารา บางส่วนก็ทำสวนผลไม้ปลอดสารพิษ มีโฮมสเตย์ไร่นายพล ตั้งอยู่ในพื้นที่อ่างเก็บน้ำประแสร์ จัดประเพณีปล่อยโคมกะลา ซึ่งชาวบ้านได้ร่วมแรงร่วมใจกันทำโคมจากกะลา  เมื่อถ่ายภาพจากมุมสูงเห็นไฟระยิบระยับสวยงาม  เชื่อว่าเป็นการปล่อยทุกข์ปล่อยโศกไปกับสายน้ำ 

ที่อ่างเก็บน้ำประแสร์แห่งนี้ เชื่อว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่น่าสนใจ เนื่องจากมีภูมิประเทศล้อมรอบด้วยน้ำ ทุ่งหญ้า อากาศสดชื่น สามารถมานั่งเล่น ตกปลา กางเต๊นท์ค้างคืน แคมปิ้งได้สบาย หากนักท่องเที่ยวสนใจ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 085-699-7793

หมู่บ้านพัฒนาผัง 2 เป็นหมู่บ้านที่จัดตั้งโดยนิคมได้จัดสรรพื้นที่อยู่อาศัย ครัวเรือนละ 2 ไร่ และให้ที่ทำกินครัวเรือนละ 16 ไร่ ประกอบอาชีพเกษตรกร ทำไร่มันสัมปะหลังและยางพารา นั่งแพชมคลองควายขุดบ่อที่ไร่ไพรวัลย์ ซึ่งเป็นคลองแบบธรรมชาติ ขุดเพื่อช่วยเหลือด้านการอุปโภค-บริโภคและการเกษตรของราษฎรในพื้นที่

หมู่บ้านชากมันเทศ เพราะพื้นที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยดินทำให้มันเทศไปเกิดงอกงามอยู่ใต้ขอนหัวใหญ่ ชาวบ้านจึงตั้งชื่อว่า"ชากมันเทศ"ชาก หมายถึงมากมาย  ที่นี่มีสวนเมล่อนพิณกรีนฟาร์ม ปลูกเมล่อนทุกสายพันธุ์ หลักๆคือพันธุ์จากประเทศญี่ปุ่น และที่มีชื่อเสียงที่นี่เรียกว่า"ระยองทองคำ" แมล่อน "บารมี"ผักผลไม้อื่นๆในเรือนกางมุ้งด้วย

อิ่มหน่ำกับเมนูเด็ดท้องถิ่น ชม..ช้อปสินค้า OTOP แบบจุใจ เพลิดเพลินใจไปกับสถานที่ท่องเที่ยวแหล่งใหม่ที่เพิ่งถูกค้นพบ และเตรียมจะยกระดับให้กลายเป็นจุดเช็กอินใหม่ของนักท่องเที่ยว ภายใต้กิจกรรม “เที่ยวชุมชน "ระยอง ต้องลอง ต้องมา OTOP นวัตวิถี” ทริปนี้ UNSEEN ที่อยากจะให้คุณมาเยือนเหมือนเรา

ท่านใดสนใจจะเดินทางมาเยือน สอบถามรายละเอียนดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดระยอง โทร.0-3869-4105 หรือเข้าไป เพจ เที่ยวชุมชน ระยอง ต้องลอง ต้องมา  https://www.facebook.com/rayongtourismthailand/

ค้นหาบทความ

Who's Online

Page generated in 0.3725 seconds.