ตามรอยเสด็จประพาสต้น ร. 5 เที่ยวชัยนาท เมืองน่ารัก

1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 Rating 0 (0 Votes)

เมืองชัยนาท แม้ชื่อเสียงเรื่องที่กิน..ที่เที่ยว..ที่พัก อาจจะไม่ฮอตคุ้นหู และมักจะถูกมองข้ามว่า เป็นเพียงแค่ทางผ่านจากเมืองใหญ่ไปสู่เมืองหลัก หรืออาจแค่แวะพักเพียงชั่วครู่แล้วก็เดินทางต่อ

แต่ครั้นเมื่อมาร่วมงานประกาศความพร้อมการจัดงาน “สมโภชพระบรมธาตุเจดีย์ ประจำปี 2561” ที่จะจัดขึ้นระหว่าง 26–27 พฤษภาคม 2561 ณ วัดพระบรมธาตุวรวิหาร และเปิดประสบการณ์เที่ยวเมืองรอง “ชัยนาท” เจ้าของคำขวัญ “หลวงปู่ศุขลือชา เขื่อนเจ้าพระยาลือชื่อ นามระบือสวนนก ส้มโอดกขาวแตงกวา” ตามคำเชื้อเชิญของ นายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานลพบุรี ทำให้เรารู้จักชัยนาทในอีกมิติ โดยไม่แวะ Check in แหล่งเที่ยวไฮไลท์เหมือนอย่างที่ใครๆ นิยมกัน

ยิ่งได้กูรู 2 ท่าน คือ อาจารย์จรรยงค์ พุ่มมูล รองผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลชัยนาท ประธานการท่องเที่ยวชุมชน จังหวัดชัยนาท, ประธานมัคคุเทศศ์ จังหวัดชัยนาท และ   เจ้าของโรงแรมเจ้าพระยาธารา ริเวอร์ไซต์ และเรือเจ้าพระยาธารา เล่าย้อนรอยวันวานของเมืองชัยนาท ผ่านเกร็ดประวัติศาสตร์ “ตามรอยเสด็จประพาสต้นทางชลมารคเสด็จพ่อ ร.5 ไปตามเส้นทางสองฟากฝั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา มากกว่าความสุข ก็เห็นจะเป็นคุณค่าที่ได้เที่ยวเมืองน่ารักแห่งนี้

         เขื่อนเจ้าพระยา..เขื่อนทดน้ำ 4 แผ่นดิน                                                                                             

นานมากๆ ที่ไม่ได้มา “ชัยนาท” แต่เมื่อมาถึงก็ต้องขอแวะชมเขื่อนเจ้าพระยา เขื่อนทดน้ำ 4 แผ่นดิน เพราะกว่าเขื่อนนี้จะสร้างได้สำเร็จ ต้องรอคอยกันมานับ 100 ปี โดยเดิมทีรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดให้การศึกษาเพื่อสร้างเขื่อนแห่งนี้ แต่ก็ติดปัญหาเรื่องเงินคงคลัง ต่อมารัชกาลที่ 6 ทรงโปรดให้สร้างเขื่อน แต่ติดภาวะสงครามโลกครั้งที่ 1 ครั้นมาถึงรัชกาลที่ 8 ก็ต้องเผชิญภาวะสงครามโลกครั้งที่ 2 จนสุดท้ายเขื่อนแห่งนี้ สร้างสำเร็จในรัชกาลที่ 9

เขื่อนเจ้าพระยา เป็นเขื่อนแห่งแรกของประเทศไทย เป็นสายเลือดใหญ่ที่ใช้ประโยชน์ด้านชลประทาน และการทดน้ำเพื่อการเกษตร ระบายน้ำจากแม่น้ำในภาคเหนือสู่ภาคกลางและอ่าวไทย ส่งต่อไปยังพื้นที่เพาะปลูกภาคกลาง เข้าคลองส่งน้ำสายใหญ่รวม 5 สาย คือ แม่น้ำน้อย แม่น้ำท่าจีน คลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง คลองชัยนาท-ป่าสักและคลองชัยนาท-อยุธยา และใช้ผลิตไฟฟ้าสำหรับจ่ายในจังหวัดชัยนาท ที่สำคัญช่วยลดปัญหาอุกภัยให้กับผู้อาศัยใต้ลุ่มน้ำมาโดยคลอด สำหรับช่วงที่เหมาะกับการเที่ยวชมเขื่อน คือเดือนมกราคม เพราะอากาศเย็นจะสบาย และมีฝูงนกเป็ดน้ำนับหมื่นออกมาหากินยังแม่น้ำเหนือเขื่อน

         โรงพักเก่าสรรพยา พ.ศ.2444 อายุกว่า 100 ปี

จากนั้นดินทางมายังชุมชนตลาดสรรพยา เพื่อมาสัมผัสโรงพักที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 “โรงพักเก่าสรรพยา” สร้างขึ้นใน พ.ศ 2444 ตรงกับสมัยของพระยาศรีสิทธิกรรม ดำรงตำแหน่งนายอำเภอสรรพยา เป็นเรือนปั้นหยาชั้นเดียวยกสูง มีมุกหน้า ใช้ไม้เต็งทำเสาเรือน ฝาของเรือนใช้ไม้กระยาเลย ปัจจุบันได้รับการบูรณะให้มีสภาพเหมือนอดีตที่ผ่านมา และจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ให้คนรุ่นใหม่ได้ศึกษาสถาปัตยกรรมเรือนไม้

ขอขอบคุณภาพโรงพักเก่าจาก :  https://www.facebook.com/photo.php?fbid=825754917477995&set=a.424845157568975.103889.100001304843388&type=3&theater

นอกจากนี้ บริเวณใกล้ๆ โรงพักเก่าสรรพยา ยังมีตลาดชุมชนเป็นบ้านไม้โบราณของชาวไทยและไทยเชื้อสายจีน โดยมีการจัดตั้งชมรมอนุรักษ์ตลาดเก่าสรรพยา โดยต้นเดือนมิถุนายนของทุกปี จะมีการจัดงาน “เล่าขานตำนานเมืองสาปยา (สรรพยา) อัฎฐมีบูชารำลึก” ท่ามกลางบรรยากาศตลาดเก่าย้อนยุค ให้นักท่องเที่ยวมาฟิน...ฟิน Check in ที่นี่

ตะวันตกดิน..เสร็จสิ้นภารกิจ เราเดินทางมาเข้าพัก ณ โรงแรมเจ้าพระยาธารา ริเวอร์ไซต์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่นี่เป็นโรงแรมมาตรฐานบรรยากาศดี มีห้องพักหลายระดับให้เลือก โดยมี นายดุสิทธิ์ จันทร์กระจ่าง เจ้าของโรงแรมมาให้การต้อนรับ พร้อมเกริ่นว่า พรุ่งนี้จะพาเราล่องเรือไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา สัมผัสวิถีชีวิตริมน้ำ และสัมผัสกับสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด โดยตัดแหล่งเที่ยวบางแห่ง เนื่องจากเรานั่งรถไปชมมาแล้ว

วันต่อมา อิ่มหนำกับมื้อเช้าที่ทางโรงแรมจัดไว้รับรอง ท่ามกลางบรรยากาศร่มเย็นของสายนที ทำให้โอ้เอ้กับมื้อเช้านี้มากเป็นพิเศษ จนกระทั่งได้เวลาล่องเจ้าพระยาด้วยเรือเจ้าพระยาธารา เรือที่ใช้โซลาร์เซลล์ (พลังงานแสงอาทิตย์) จ่ายไฟให้กับระบบไฟฟ้าระบบเครื่องเสียง

พลันที่ออกจากท่าเรือหน้าโรงแรม เราก็เริ่มสัมผัสกับความสโลว์ไลฟ์และวิถีชีวิตคนริมน้ำเจ้าพระยาทันที ระหว่างทางกูรูเมืองชัยนาท “อาจารย์จรรยงค์ พุ่มมูล” ให้เกียรติเป็นไกด์กิติมศักดิ์ เล่าขานย้อนรอยความเป็นมาของเมืองและวิถีชีวิตคนชัยนาท ผ่านประวัติศาสตร์การเสด็จประพาสต้นทางชลมารคของ ร.5 สลับกับเรื่องราวอัศจรรย์ตำนานพระชื่อดัง ทำให้บรรยากาศล่องเรือออกรสออกชาติยิ่งนัก เรือก็แล่นลอยผ่านศาลาหลักเมือง จังหวัดชัยนาท และวัดคงสวัสดิ์วัฒนาราม

คุณดุสิทธิ์ จันทร์กระจ่าง

         หลวงพ่อธรรมจักร พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองชัยนาท

บ่อยครั้งมโนภาพอย่างอิ่มแอ้มใจตามคำเล่าขาน เช่น อภินิหารพระศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธรูปลอยน้ำตามแม่น้ำเจ้าพระยาในกาลก่อนพร้อมกัน 3 องค์ คือ หลวงพ่อโสธร (วัดโสธรวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา) หลวงพ่อวัดบ้านแหลม (วัดบ้านแหลม จ.สมุทรสงคราม) และหลวงพ่อธรรมจักร (วัดธรรมามูลวรวิหาร จ.ชัยนาท) ที่เรากำลังจะแวะไปสักการะในเบื้องหน้า โดย หลวงพ่อธรรมจักร เป็นพระองค์เดียวที่หยุดลอยอยู่หน้าวัดธรรมามูล จนพระภิกษุและชาวบ้านทำพิธีอัญเชิญขึ้นประดิษฐานที่วัด และวัดแห่งนี้ ถ้าใครมาเที่ยวชัยนาทต้องสักการะ เพราะเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองมานานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา

หลวงพ่อธรรมจักร เป็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติประทับบนฐานรูปดอกบัว งดงามด้วยศิลปะประยุกต์สมัยเชียงแสนตอนปลายถึงสุโขทัยตอนต้นผสมกับสมัยอยุธยา มีรูปพระธรรมจักรปรากฏอยู่กลางฝ่าพระหัตถ์เบื้องขวา คาดว่าเป็นความคิดของช่างสมัยนั้น ที่ตั้งใจสร้างพระพุทธรูปองค์นี้ให้มีเครื่องหมายแห่งมหาปุริสลักษณะ (ลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการ ตามคติอินเดีย) โดยจะมีงานนมัสการหลวงพ่อธรรมจักรเป็นประจำทุกปี  ปีละ 2 ครั้ง คือ วันขึ้น 4-8 ค่ำ เดือน 6 และแรม 4-8 ค่ำ เดือน 11 และหากใครมีเรี่ยวแรงและเวลามากพอจะขึ้นบันได 565 ขั้น เพื่อไปนมัสการวิหารพระนาค เสริมสิริมงคลเพิ่มเติมก็ย่อมได้

         เสริมมงคลชีวิตกราบ “หลวงปู่ศุข” เกจิอาจารย์ชื่อดัง

เรือบ่ายหน้าออกมาจากท่าวัดธรรมามูลฯ ได้ชั่วครู่ “อาจารย์จรรยงค์” ก็เปิดตำนานเสด็จประพาสต้น ร.5 สลับกับภาพวิถีชีวิตชุมชนริมน้ำ ที่มีทั้งการเลี้ยงปลาในกระชัง นั่งเรือข้ามฟาก ตกปลาริมตลิ่ง และเอ่ยถึง “เสด็จเตี่ย” กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่มาฝากตัวเป็นศิษย์หลวงปู่ศุข ร่ำเรียนไสยเวทและวิชาการแพทย์ จนกลายเป็น “หมอพร” อีกพระนามหนึ่งของพระองค์ หลังจากถวายลางานราชการจากรัชกาลที่ 6

อาจารย์จรรยงค์ พุ่มมูล

ตำนานที่ยังเล่าขานกันสืบมาเรื่องวิชาอาคม และเครื่องรางของขลัง ความนิยมพระเครื่องหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่านั้น ปัจจุบันยังเลื่องลือกันอยู่ แม้ท่านจะมรณภาพตั้งแต่ปี พ.ศ.2466 แต่ความเคารพศรัทธาไม่เคยเสื่อมคลาย หลวงปู่ศุข ยังสร้างพระเครื่องที่เรียกว่า "หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า" ซึ่งประชาชนนิยมนำไปสักการะบูชา

มากกว่าการไหว้สักการะขอพรหลวงปู่ศุขแล้ว เราโชคดีกว่าใคร เมื่อได้ชื่นชมภาพเขียนฝาผนังอุโบสถของวัดเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งวิจิตรงดงามและเป็นฝีมือการวาดของกรมหลวงชุมพรฯ ณ อุโบสถวัดปากคลองมะขามเฒ่า ถือเป็นบุญตาบุญใจยิ่ง

จริงๆ แล้ว โปรแกรมการล่องเรือท่องเที่ยวในทริปนี้ ยังมีไฮไลท์ที่น่าสนใจให้ไปเยือนอีกมากมาย เช่น ชมแม่น้ำ 2 สี สักการะพระวัดพิกุลงาม ชมเกาะตาลัดกลางน้ำเจ้าพระยา และดูเรือสำเภาทอง อำเภอมโนรมย์

อย่างไรก็ตาม การนั่งเรือย้อนกลับเส้นทางเดิม ช่วยให้เราตอกย้ำความทรงจำเรื่องราวในอดีต และพระมหากรุณาธิคุณของ ร. 5 อีกครั้ง และยังได้เพิ่มเติมสิ่งใหม่ๆ จากไกด์กิตติมศักดิ์ พร้อมเพลิดเพลินไปกับอาหารมื้อเที่ยงอย่างจำเริญใจ ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ 

ค้นหาบทความ

Who's Online

Page generated in 0.4135 seconds.