TK ตั้งเป้าโตปีนี้ 10% คาดพอร์ตสินเชื่อรวมแตะหมื่นล้านบาท

1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 Rating 0 (0 Votes)

TK เผยผลประกอบการปี 2560 เติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 กำไรเพิ่มขึ้น 8.7% รายได้รวมเพิ่มขึ้น 8.4% ประกาศเป้าหมายปี 2561 เติบโต 10% เตรียมพร้อมขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ทุ่มงบกว่า 60 ล้านบาทขยายสาขาและลงทุนด้าน IT โดยเฉพาะระบบ Mobile Application พัฒนาบุคลากรและองค์กรให้พร้อมกับการเติบโต คาดพอร์ตสินเชื่อรวมแตะ 1 หมื่นล้านบาท ย้ำเป้าการเติบโตระยะยาวที่มีสัดส่วนรายได้ในประเทศและต่างประเทศเป็น 50:50 ในปี พ.ศ.2563 ลั่นปีนี้ขยายสาขาเพิ่มเกือบ 10 แห่งทั้งในและต่างประเทศ พร้อมแสดงความั่นใจตลาดในประเทศมีปัจจัยบวก ภาคการส่งออกสดใส นักท่องเที่ยวแห่เดินทางมาไทยเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ 35 ล้านคน โดยสถิติ 2 เดือนแรกปี 2561 แห่เข้ามาแล้ว 7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 14.9% อีกทั้งราคาน้ำมันอยู่ในระดับ 68 ดอลลาร์ ต่อ Barrel ส่งผลให้สินค้าเกษตรไม่น่าจะมีราคาลดลง

นางสาวปฐมา พรประภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK ผู้ให้บริการเช่าซื้อรถจักรยานยนต์รายใหญ่ในประเทศไทยเปิดเผยว่า TK ประสบความสำเร็จในการดำเนินงาน ณ สิ้นปี 2560 โดยมีผลประกอบการที่ดีขึ้นและลูกหนี้เช่าซื้อเพิ่มขึ้น 16.9% ดีกว่าที่ตั้งไว้ในต้นปี 2560 และโตมากกว่าตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศถึง 4 เท่าตัว มีกำไรสุทธิรวม 466.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.7% มีรายได้รวม 3,653.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% จาก 3,371.3 ล้านบาท และมีสินทรัพย์รวม 10,018.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.3% จาก 8,611.4 ล้านบาท ในปี 2559

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเห็นชอบเสนอผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานในปี 2560 อัตราหุ้นละ 0.52 บาท รวมจำนวน 500 ล้านหุ้นเป็นเงิน 260 ล้านบาท โดยปิดสมุดพักการโอนหุ้นเพื่อรับเงินปันผลเมื่อ 7 มีนาคมที่ผ่านมาและกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 10 พฤษภาคม 2561

“ในปี 2561 บริษัทมีเป้าเติบโตเบื้องต้น 10% และตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการดำเนินธุรกิจในประเทศและจากต่างประเทศให้เป็น 50:50 ภายในปี 2563 ทั้งนี้ บริษัทได้เตรียมงบประมาณกว่า 60 ล้านบาท สำหรับการขยายสาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศ การพัฒนาระบบ IT โดยเฉพาะระบบ Mobile Application การพัฒนาบุคคลากรและองค์กรให้มีความพร้อมที่จะเติบโตไปพร้อมกับบริษัทฯ” นางสาวปฐมา กล่าว

พร้อมกันนี้ TK เตรียมขยายสาขารวมเกือบ 10 สาขาในปี 2561 แบ่งเป็นในประเทศไม่ต่ำกว่า 4–5  สาขาและต่างประเทศรวม 5 สาขาคือ 3 สาขา ในราชอาณาจักรกัมพูชา อีก 2 สาขา ใน สปป. ลาว คาดว่าน่าจะได้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ Micro Finance License ในสาธารณรัฐสหภาพเมียนมาในปีนี้

“ด้านความพร้อมทางการเงิน เพื่อการขยายพอร์ตสินเชื่อ บริษัทได้ออกหุ้นกู้อายุ 3 ปี จำนวน 600 ล้านบาท เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยพร้อมที่จะออกหุ้นกู้เพิ่มเติมได้ทันทีที่ต้องขยายวงเงิน และยังมีวงเงินออกหุ้นกู้คงเหลือ เป็นจำนวน 2,600 ล้านบาท อีกทั้งได้ขออนุมัติวงเงินทดรองเพิ่มอีก 1,000 ล้านบาท เพื่อให้บริษัทลูกของ TK กู้ยืมได้ หากการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อในต่างประเทศมีการขยายตัวสูง” นางสาวปฐมา กล่าว

นายประพล พรประภา กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ปี 2561 จะยังคงเติบโตต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ซึ่งตลาดรถจักรยานยนต์ภายในประเทศเติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ส่งผลจากเศรษฐกิจโดยรวมโตขึ้นและเร่งตัวขึ้น โดยปี 2560 GDP โต 3.9% และปี 2561 ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่า GDP จะโตเพิ่มขึ้นจากเดิม 3.9% เป็น 4.1% เป็นผลมาจากภาคส่งออกที่คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นจาก 4% เป็น 7% อีกทั้งการท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเติบโตต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวมาประเทศไทยถึง 35 ล้านคน โดยเฉพาะช่วง 2 เดือนที่ผ่านมามีจำนวน 7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 14.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และนโยบายของภาครัฐที่เริ่มลงทุนโครงการขนาดใหญ่ คาดว่า จะเร่งตัวเพิ่มขึ้น และจะช่วยให้ GDP ขยายตัวเพิ่ม 0.5% ต่อปี ไปอีกหลายปี

“ส่วนภาคเกษตร คาดว่าสินค้าเกษตรน่าจะมีราคาทรงตัว เนื่องจากราคาน้ำมันอยู่ในระดับเกินกว่า US$ 60 ต่อ Barrel อีกทั้งหนี้ครัวเรือนที่ลดลงต่อเนื่อง จากสูงสุด 81.2% ของ GDP ในปี 2558 มาอยู่ที่ 78.3% ของ GDP ในไตรมาส 3 ปี 2560 ทำให้การใช้จ่ายภายในประเทศดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ สภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากการส่งออกที่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยไตรมาสแรกของปีนี้ การส่งออกยังเติบโตอยู่ที่ 4% ส่วนการท่องเที่ยวยังคงเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจประเทศไทยเติบโตต่อไป ซึ่งปีที่แล้ว นักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็น 35 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”

“นอกจากปัจจัยบวกด้านเศรษฐกิจ ทางด้านบริษัทผู้ผลิตรถจักรยานยนต์หลายค่ายเตรียมพร้อมจะแนะนำรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ๆ สู่ตลาดในปีนี้อีกไม่ต่ำกว่า 14 รุ่น ทั้งรถขนาดเล็ก และรถรุ่นที่มีเครื่องยนต์ขนาดที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งเป็นตลาดที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง โดยตลาดรถจักรยานยนต์ภายในประเทศน่าจะมียอดขายที่ 1,870,000 คัน ในปี 2561 ทำให้ TK มั่นใจว่าตลาดเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ยังคงเติบโตต่อเนื่องจากปีที่แล้ว คาดว่าพอร์ตสินเชื่อรวม TK จะเพิ่มเป็น 1 หมื่นล้านบาทในปีนี้”

ด้านแผนการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของสัดส่วนลูกหนี้เช่าซื้อในประเทศและจากต่างประเทศเป็น 50:50 ในปี พ.ศ.2563 นอกจากการขยายสาขาในประเทศที่ TK มีบริษัทลูกดำเนินธุรกิจแล้วอย่างในกัมพูชาและ สปป. ลาว โดยบริษัทและอยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจ Micro Finance ในสาธารณรัฐสหภาพเมียนมา ธุรกิจในต่างประเทศมีการเติบโตที่เร่งตัวเพิ่มขึ้น

ปี 2560 ลูกหนี้เช่าซื้อใน 2 ประเทศเติบโตเกือบ 200% โดยเพิ่มขึ้นจาก 135 ล้านบาท เป็น 398.81 ล้านบาท หรือประมาณ 5% ของลูกหนี้เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ทั้งหมดและทั้ง 2 ประเทศ มีกำไรเป็นปีที่ 2 โดยปี 2560 มีกำไร 35 ล้านบาท ในปี 2561 จะเปิดสาขาเพิ่มในราชอาณาจักรกัมพูชาอีก 3 แห่ง และใน สปป.ลาว อีก 2 แห่ง ซึ่งบรรลุเป้าหมายสัดส่วนลูกหนี้เช่าซื้อในประเทศและต่างประเทศ 50:50 ในปี 2563 ให้ได้ TK ต้อมีธุรกิจมากกว่าใน 3 ประเทศ อีกทั้งถ้ามีโอกาส TK ก็พร้อมซื้อกิจการเพื่อเพิ่มการขยายตัวของธุรกิจ ซึ่ง TK มีความพร้อม เพราะ D/E อยู่เพียง 1.1 เท่า และได้เตรียมพร้อมดอกเบี้ยขาขึ้นไว้แล้ว โดยเงินกู้ดอกเบี้ยคงที่ระยะยาวสูงถึง 95% TK มั่นใจว่าสภาวะเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น และพร้อมปรับเป้าหมายการขยายตัวของธุรกิจเพิ่มขึ้นอีก นายประพล กล่าวทิ้งท้าย

ค้นหาบทความ

Who's Online

Page generated in 0.3694 seconds.