Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition คุ้มค่าน่าคบ

1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 Rating 0 (0 Votes)

คุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัวของ Mitsubishi Pajero Sport ที่สามารถมอบทั้งความอเนกประสงค์และอรรถประโยชน์รอบด้าน ทำให้รถยนต์อเนกประสงค์แบบดัดแปลง (PPV) รุ่นนี้ เป็นที่นิยมของผู้ใช้อย่างกว้างขวาง และเมื่อ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทยเปิดตัวรุ่นพิเศษ Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition 2019 เมื่อปลายปี 2561 ยิ่งเพิ่มความสดใสโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น


 

โดยเฉพาะรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อแบบเรียลไทม์ คลีนดีเซล 2.4 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ราคาค่าตัว 1,574,000 บาท บาท ที่นำมาลองขับเส้นทางกรุงเทพฯ-เขาค้อ-ภูทับเบิก-กรุงเทพฯ ระยะทางร่วม 1,000 กิโลเมตร เรียกได้ว่าเป็นรถที่ครบครันตอบโจทย์การใช้งานทั่วไป และขับขี่ท่องเที่ยวทั้งทางเรียบทางลุยได่อย่างสบายๆ

         รูปลักษณ์และภายใน ไฉไลกว่าเดิมน่าหลงใหลยิ่งขึ้น

แต่ที่น่าสนใจมากขึ้นของรถรุ่นนี้คือ ความสดของดีไซน์ใหม่ ทั้งในส่วนของรูปลักษณ์ภายนอก และการตกแต่งภายในห้องโดยสารใหม่ ที่เพิ่มเติมความสปอร์ตมากขึ้น ด้วยหลังคาสีดำ พร้อมชุดแต่งจากโรงงาน ซึ่งประกอบด้วย สัญลักษณ์ Pajero Sport บนฝากระโปรงหน้า, กระจังหน้าสีดำ, ชุดแต่งใต้กันชนหน้า-หลังสีดำ, ราวหลังคาสีดำ, สปอยเลอร์หลัง, ปลายท่อไอเสียสเตนเลส และล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว ขณะที่ตัวถังสีขาว White Pearl มาพร้อมหลังคาสีดำ Jet Black Mica

ห้องโดยสารยังคงอุปกรณ์มาตรฐานไว้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นปรับได้ 4 ทิศทาง พร้อมโหมดควบคุมเครื่องเสียง โหมดรับและวางโทรศัพม์เคลื่อนที่ โหมดควบคุมความเร็วอัตโนมัติ สะดวกสบายพร้อมมอบความบันเทิงด้วยจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว พร้อมแผนที่นำทางและฟีเจอร์ล้ำๆ รวมถึงเพดานเบาะนั่งแถว 2 ยังมีจอภาพพร้อมเครื่องเล่น DVD พร้อมหูฟังอินฟราเรดและรีโมทคอนโทรลมาให้ผู้โดยสารเพลิดเพลินระหว่างทางอีกด้วย

แต่เพิ่มเติมและมอบความสบายความคุ้มค่ายิ่งขึ้น เช่น เบาะนั่งหุ้มหนังสีน้ำตาลแบบ Horizontal Stripe วัสดุสะท้อนความร้อนจากแสงแดดในกรณีจอดรถกลางแจ้ง แผงข้างประตูและกล่องเก็บของคอนโซลกลางตกแต่งด้วยหนังสีน้ำตาล กันรอยขอบประตูแบบสเตนเลส พร้อมไฟ LED และพรมรองพื้นห้องโดยสาร

         ทางเรียบทางลุยเลาะโค้งไต่เขาขับสนุกนั่งสบาย

ความโดดเด่นของ Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition 2019 นอกเหนือจากขุมพลังดีเซลรหัส 4N15 เสื้อสูบและฝาสูบแบบอะลูมิเนียมอัลลอย น้ำหนักเบาทนทานและระบายความร้อนได้ดี แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ระบบแปรผันวาล์วไอดี MIVEC เทอร์โบแบบแปรผัน และอินเตอร์คูลเลอร์ จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์คอมมอนเรล ความจุ 2,442 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 181 แรงม้า ที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร ที่ 2,500 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ให้อัตราสิ้นเปลืองขับทางไกลใช้ความเร็วตามสภาพการจราจรเฉลี่ย 11-13 กิโลเมตรต่อลิตร

น้ำหนักพวงมาลัยเหมาะมือและให้รัศวงเลี้ยวแคบและดีกว่าคู่แข่ง ขับสนุกยิ่งขึ้นด้วยแพดเดิลชิพ หรือก้านเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ตัวคันเกียร์ยังมีโหมดชิพ + / - ให้ขับเพลิดเพลินสไตล์แบบเกียร์ธรรมดา ขณะที่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Super Select 4WD II ระบบล็อกเฟืองท้ายสำหรับลุยทางวิบากแบบโหดๆได้อย่างลงตัว

แต่ที่แจ่มแจ๋วชอบใจเป็นพิเศษคือ ฟังก์ชันการใช้งานที่เหนือกว่ารถคู่แข่ง ช่วยให้การขับทางลุยๆ ออฟโรดกลายเป็นเรื่องง่าย และเพิ่มสมรรถนะบนทางเปียกลื่นขับลุยฝน เพียงคลิกไปที่โหมด 4HLc 4WD High Range With Locked Transfer

เบาะคู่หน้าหน้าปรับสูง-ต่ำได้ทั้ง 2 ฝั่ง เบาะนั่งแถว 2 และ 3 พับราบได้ ช่วยเพิ่มพื้นที่ขนสัมภาระ และเคลื่อนย้ายสัมภาระขนาดใหญ่ เบาะนั่งแถว 3 ปรับเอนได้ 1 ระดับ ไม่เหมาะกับคนตัวใหญ่ แต่ถ้าเด็กหรือคนที่สูงไม่เกิน 150 ซม. นั่งไกลๆ ได้พอสบายตัว ส่วนบนเพดานที่นั่งแถว 2 มีจอภาพพร้อมเครื่องเล่น DVD พร้อมหูฟังอินฟราเรดและรีโมทคอนโทรล

ส่วนอัตราสิ้นเปลืองในการเดินทางไกลใช้ความเร็วตามสภาพการจราจรความเฉลี่ย 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 11-13 กิโลเมตรต่อลิตร ขุมพลังเครื่องยนต์คลีนดีเซล 2.4 ลิตร ให้สมรรถนะความแรงตอบสนองค่อนข้างดี

         Adaptive Cruise Control เสริมความมั่นใจทุกการเดินทาง

ระบบ Adaptive Cruise Control เป็นจุดขายสำคัญของรถคันนี้ มาพร้อมระบบรักษาระยะห่างจากคันหน้าอัตโนมัติ และปรับระยะห่างได้ การมช้งานระบบก็ง่ายดายไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องเข้าเมนูซับซ้อน แค่กดปุ่มไม่กี่ครั้งระบบก็พร้อมทำงาน เปิดครูสคอนโทรล เมื่อกดคันเร่งถึงความเร็วที่ต้องการกด SET จากนั้นกดสวิตช์ระบบรักษาระยะห่างจากคันหน้า ถ้าต้องการให้มีระยะห่างจากคันหน้าเท่าไหร่ แค่กดซ้ำๆ เรื่องการรักษาระยะห่างจากคันหน้านับเป็นวินาที ซึ่งระบบนี้มีความเร็วเข้ามาเกี่ยวข้อง

ขณะที่ระบบครูสคอนโทรล จะล็อกความเร็วตามที่ตั้งไว้ แต่เมื่อเข้าใกล้รถคันหน้า ระบบจะชะลอความเร็วให้โดยอัตโนมัติ และรักษาระยะห่างตามที่ตั้งไว้ ถ้ารถคันหน้าเร่งความเร็วขึ้นก็จะเร่งตาม แต่จะไม่เกินความเร็วที่ตั้งครูสคอนโทรลไว้ ขณะเดียวกัน หากขับอยู่เลนขวา ลองเปลี่ยนมาเลนซ้ายที่มีรถช้ากว่า รถจะเบรกให้ หรือขับอยู่เลนขวาแล้วมีรถจากเลนซ้ายเปลี่ยนเลนมาด้านหน้า รถก็จะเบรกให้เช่นกัน

ระหว่างขับ หากรถคันหน้าขับช้ากว่าคันเรามากๆ ระบบจะสั่งเบรกหนักขึ้นจนกระทั่งคันหน้าจอดสนิท รถก็เบรกให้เองจนจอดสนิทเช่นกัน แต่จะเบรกไว้ราว 2-3 วินาที จากนั้นหน้าจอจะเตือนให้ผู้ขับเหยียบเบรกเอง ถ้าไม่เหยียบอาจจะไหลไปชนคันหน้าได้ ระบบนี้ ช่วยสร้างความอุ่นใจตลอดการขับทดสอบได้จริง

ส่วนระบบป้องกันการชนด้านหน้า Forward Collision Mitigation System ประเมินความเร็วกับรถคันหน้า ถ้าความเร็วต่างกันมากเกินไป จะส่งสัญญาณเตือน ถ้าผู้ขับไม่ตอบสนองระบบจะช่วยเบรกให้ มีบางจังหวะที่กำลังเร่งแซงแล้วจะเปลี่ยนเลนหลบคันหน้า ระบบคงประเมินว่า รถกำลังจะชน ก็จะช่วยเบรกให้

         สรุป คุ้มค่า..คุ้มราคา..น่าคบหา

Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition 2019 รุ่นขับเคบลื่อน 4 ล้อ ราคาค่าตัว 1,574,000 บาท ครบครันตอบโจทย์มอบอรรถประโยชน์หลากหลาย และยังพร้อมดีไซน์ตกแต่งใหม่ ชวนให้น่าคบหายิ่งนัก และถ้าใครชอบฟีเจอร์ล้ำๆ ออฟชั่นเยอะๆ คันนี้ ตอบโจทย์แน่นอน

ค้นหาบทความ

Who's Online

Page generated in 0.3606 seconds.