5 เหตุผลที่ทำให้เลือกคบ All New SUZUKI SWIFT

1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 Rating 0 (0 Votes)

สมราคาคุยจริงๆ สำหรับเก๋งเล็กพิมพ์นิยมขวัญใจคนไทย All New SUZUKI SWIFT เจนเนอเรชั่นที่ 3 มาพร้อมความสดใหม่ เฉียบคมและสปอร์ตกว่าเดิม ครบครันครบเครื่องทั้งระบบช่วยขับขี่ ระบบความปลอดภัย ฟีเจอร์อุปกรณ์อำนวยความสะดวก โดยมีให้เลือก 4 รุ่นย่อย ราคา 499,000-629,000 บาท

 

แต่จากการลองขับ All New SUZUKI SWIFT รุ่น GLX ราคา 609,000 บาท ขณะที่รุ่นท็อป GLX-NAVI 629,000 บาท ได้แค่เหลือบดู ในจังหวัดเชียงใหม่ เก๋งเล็ก 5 ประตู (แฮทช์แบค) คันนี้ มอบความประทับใจและความโดดเด่น ผ่าน 5 เหตุผลที่ช่วยสะกิดคนที่กำลังตัดสินใจหรือสนใจเก๋งคันนี้

         เหตุผลแรก : ทรงเสน่ห์ดีไซน์เตะตา

รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวทรงเสน่ห์มากขึ้นกว่าเดิม ด้วยโครงสร้างตัวถังแพลตฟอร์มใหม่ Heartect ให้ความแข็งแกร่งมากขึ้น แต่มีน้ำหนักเบาลงกว่ารุ่นเดิม มิติตัวรถฐานล้อ 2,450 มม. กว้างกว่ารุ่นก่อน 20 มม. ช่วงล้อหน้ากว้าง 1,520 มม. กว้างกว่าเดิม 30 มม. ล้อหลังกว้าง 1,525 มม. กว้างกว่าเดิม 30 มม. ความยาว 3,840 มม. สั้นกว่ารุ่นก่อน 10 มม. ความกว้าง 1,753 มม. กว้างกว่ารุ่นก่อน 40 มม. ความสูง 1,495 มม. (วัดจากพื้นถึงชายล่างตัวรถ) เตี้ยกว่ารุ่นก่อนหน้า 15 มม. แต่กลับเพิ่มเติม Performance ประสิทธิภาพในการทรงตัวยึดเกาะถนนที่ดียิ่งขึ้น

ดีไซน์เตะตา ทรงเสน่ห์มากยิ่งขึ้น มาพร้อมไฟหน้า LED โปรเจคเตอร์ ปรับระดับสูงต่ำได้ พร้อม Daytime Running Lightกระจังหน้าแบบรังผึ้ง เส้นสายด้านข้างเพิ่มอารมณ์สปอร์ต มือจับประตูหลัง ไฟหลังเป็น LED ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ยาง 185/55R16 ดิสก์เบรกแบบมีครีบระบายความร้อนทั้ง 4 ล้อ

         เหตุผลที่สอง : ภายในสปอร์ตกว้างกว่าที่คิด

ห้องโดยสารโทนสีดำ ออกแบบได้อย่างเฉียบคมสะท้อนอารมณ์สปอร์ต ด้วยมิติห้องโดยสารที่กว้างขึ้น ภายใต้แพลตคฟอร์ม Heartect ผนวกเข้ากับการออกแบบ ส่งผลให้พื้นที่ในห้องโดยสารดูโล่ง อารมณ์แรกก่อนเข้าไปสำรวจคิดว่าไม่ต่างจากเดิม แต่ครั้นลองนั่งกลับกว้างกว่ารุ่นก่อน คอนโทรลหน้าและปุ่มควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ให้เอื้อต่อการใช้งาน แม้จะเป็นแรกสัมผัสก็ตาม

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบ D-Shape ช่วยเพิ่มพื้นที่วางเท้าให้ผู้ขับขี่ พร้อมโหมดควบคุมระบบเครื่องเสียง รับ-วางโทรศัพท์ และครูสคอนโทรล บนพวงมาลัย เรือนไมล์มาตรวัดสไตล์สปอร์ต สะท้อนความร้อนแรงด้วยขอบเส้นสีแดง และจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ LCD

         เหตุผลที่ 3 : ฟีเจอร์ตอบโจทย์

ฟีเจอรอำนวยความสะดวกสบายระหว่างเดินทาง ถ้าเป็นรุ่นท็อป GLX-NAVI จัดเต็ม ไล่เรียงตั้งแต่ตจอแสดงการทำงานอุปกรร์ขนาด 7 นิ้ว รองรับความบันเทิงหลากหลาย รองรับระบบ Apple Car Play  ฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือ ระบบนำทางด้วย แต่รุ่นที่ขับทดสอบ GLX ตัดจอขนาด 7 นิ้วออก ระบบเครื่องเสียงรองรับ CD MP3 WMA พร้อมระบบ Bluetooth ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ และติดตั้งถุงลมนิรภัยถึง 6 ตำแหน่ง

         เหตุผลที่ 4 : ขุมพลัง Dual Jet พ่วงเกียร์ CVT ใหม่

เครื่องยนต์เบนซินรหัส K12M แบบ 4 สูบ DOHC ขนาด 1.2 ลิตร (บล็อกเดิม 1.25 ลิตร) มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ที่ซูซูกิภูมิใจนำเสนอ Dual Jet มอบพละกำลังสูงสุด 83 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที (น้อยกว่าเครื่องบล็อกเดิม 8 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 108 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที (น้อยกว่าเครื่องบล็อกเดิม 10 นิวตันเมตร รอบเครื่องน้อยกว่าเดิม 400 นิวตันเมตร) ส่งถ่ายกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่อัพเกรดใหเ ด้วยการติดตั้งชุดปั๊มอิเล็คทริคและซอฟแวร์ เพื่อช่วยเพิ่มแรงดันน้ำมันเกียร์ ส่งผลให้ระบบเกียร์ทำงานกระชับฉับไวและให้ความนุ่มนวล

         เหตุผลที่ 5 : ขับสนุกทุกอณู ช่วงล่างแน่ เกาะหนึบสู้ทุกโค้ง

มากกว่า 4 เหตุผลหลักที่กล่าวมาแล้ว เหตุผลสุดท้าย น่าจะสะท้อนความโดดเด่นเก๋งเล็ก 5 ประตู (แฮทช์แบค) คันนี้ได้ดีมากที่สุดคือ การขับทดสอบบนเส้นทางจากตัวเมืองสะเมิงไปยังตัวเมืองเชียงใหม่ ที่มีทั้งทางลาดชันขึ้นลงดอย ทางคตโค้งสลับซ้ายขวา เส้นทางตรง และขับผ่านเส้นทางในเมือง ถือเป็นโจทยท์ท้าทายสมรรถนะตัวรถในทุกมิติ

หลังจากปรับตำแหน่งเบาะนั่งสไตล์สปอร์ตที่ขยายปีกให้รองรับสรีระและให้ความรู้สบายในการนั่ง ก็บ่ายหน้าจากที่พัก “กฤษดาดอย Flora Creek” ตั้งอยู่ใกล้ตัวเมืองสะเมิง ขับลัดเลาะทางโค้งบนดอยมุ่งเข้าตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ อารมณืแรกที่รับรู้ได้เลยคือ ความทะมัดทะแม่งคล่องตัว

ระบบช่วงล่างและแพลตฟอร์ต Heartect มากกว่าความหนึบแน่นแล้ว ยังให้ความมั่นใจกับการขับลัดเลาะทางโค้งบนดอยได้เป็นอย่าดี โดยเฉพาะระบบพวงมาลัยแบบ ESP หน่วงตามความเร็วของรถ และยังเพิ่มเติมด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยในการยึดเกาะถนน เพื่อแก้อาการท้ายปัด Oversteer และ Understeer หน้าดื้อ ในการเข้าทางโค้งออกทางโค้ง ซึ่งช่วยเพิ่มอรรถรสและความสนุกในการขับขี่ได้อย่างน่าประทับใจ

ระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่พัฒนาใหม่ ถ่ายทอดพละกำลังเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 83 แรงม้า ออกมาใช้งานได้อย่างต่อเนื่องทันใจ เรียกว่าเร็วตามแรงคิกดาว์น บางครั้งกดปุ่ม S บริเวณด้ามเกียร์ช่วยเพื่มความกระฉับกระเฉงของรอบเครื่องยนต์ให้ทันใจมากขึ้น ทำให้มั่นใจในการเร่งแซง ขณะที่ความเร็วระดับกลางถุงปลายก็ให้ความตื่นตัวได้เป็นอย่างดี

สมรรถนะยึดเกาะถนนบนทางโล่งยาวๆ All New Suzuki Swift ไม่ทำให้ผิดหวังแต่อย่างใด แม้จะใช้ความเร็วสูงระดับ 150-160 กิโลเมตร (บางช่วง) ไม่ทำให้รู้สึกหวั่นใจหรือหวิวๆ แต่ประการใด ส่วนการเก็บเสียงภายในห้องโดยสารค่อนข้างดี  

นอกจากนี้ All New Suzuki Swift ยังติดตั้งระบบ Iding Stop โดยเครื่องยนต์ดับชั่วคราวเมื่อรถจอดนิ่งตามเงื่อนไขทางเทคนิค ระบบป้องกันทั้งแบบ Active Safety และแบบ Passive Safety และยังมีติดตั้งระบบ TCS : Hill Hold Control ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน เรียกว่าจะมาให้อย่างครบครัน

ส่วนจุดที่อยากให้มีหรือติดตั้งเพิ่มขึ้นคือ กล้องมองขณะถอยจอด และปรับน้ำหนักของบานประตูรถทั้งบานหน้าบานหลังให้มีน้ำหนักหรือให้ความรู้แน่นขึ้น แบบผลักหรือดันปิดด้วยน้ำมันปกติครั้งเดียว แล้วบานประตูปิดสนิท เพราะจากที่ลองใช้จริงให้ความรู้สึกที่ก็องแก็ง

         สรุป

All New Suzuki Swift นอกเหนือจากจะมีดีไซน์ไฉไลเฉียบคมแล้ว ยังมอบสมรรถนะการขับขี่ที่ดี ประหยัดน้ำมันระดับ 23 กิโลเมตรต่อลิตร (ตามสเปกรถ Eco Car เฟส 2) ทั้งนี้จาก 5 เหตุผลหลักที่ทำให้คุณเลือกคบเก๋งคันนี้ในมุมมองของเรา น่าจะข้อมูลเบื้องตัวที่ช่วยให้คุณตัดสินที่จะคบหาคันนี้ได้มากขึ้น หรือเป็นตัวช่วยก่อนที่คุณจะไปพิสูจน์ด้วยการลองขับจริงด้วยตัวคุณเอง

ค้นหาบทความ

Who's Online

Page generated in 0.3591 seconds.