ตลาดรถยนต์เดือนกุมภาฯ ยอดขายรวม 68,271 คัน ลดลง 17.1%

ตลาดรถยนต์เดือนกุมภาฯ ยอดขายรวม 68,271 คัน ลดลง 17.1%

ภาพรวมตลาดรถยนต์เมทองไทยเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ทรุดลงต่อเนื่อง ทำยอดขายรวมที่ 68,271 คัน ลดลง 17.1% ส่งผลให้ยอดขายสะสมช่วง 2 เดือนแรกของปีมีจำนวน 139,959 คัน ลดลง 12.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งระบบเศรษฐกิจและของเป็นอยู่ของผู้บริโภคทั้งชาวไทยและคนทั่วโลกหยุดชะงัก แม้คาดผู้ผลิตจะเดินทางเปิดตัวรถรุ่นใหม่ผ่านโซเชียลมีเดีย และส่งแคมเปยแรงกระตุ้นยอดขาย คาดการณ์ตลาดในเดือนมีนาคม จะทรุดลงต่อเนื่อง

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รายงานสถิติการขายรถยนต์ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2563 มียอดการขายรวมทั้งสิ้น 68,271 คัน ลดลง 17.1% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 27,356 คัน ลดลง 15.6% รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 40,915 คัน ลดลง 18.1% ขณะที่ รถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนท์นี้ มีจำนวน 33,376 คัน ลดลง 18.5%

ตลาดรถยนต์เดือนกุมภาพันธ์มีปริมาณการขาย 68,271 คัน ลดลง 17.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 15.6% และตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 18.1% สืบเนื่องมาจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัว รวมถึงผู้บ้ริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัส COVID 19 ทำให้ยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย

ส่วนตลาดรถยนต์สะสม 2 เดือน มีปริมาณการขาย 139,959 คัน  ลดลง 12.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 7.9% ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 15.9% เป็นผลมาจากความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัส COVID 19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน และเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม

นอกจากนี้ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตามค่ายรถยนต์ยังคงมีความพยายามนำเสนอผลิตภัณฑ์และกิจกรรมส่งเสริมการขายให้กับลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ดังนั้นแนวโน้มของตลาดรถยนต์ในเดือนมีนาคมยังคงเป็นที่น่าจับตามอง

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนกุมภาพันธ์ 2563

1.ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 68,271 คัน ลดลง 17.1%

                อันดับที่ 1 โตโยต้า 18,606 คัน ลดลง 27.2% ส่วนแบ่งตลาด 27.3%

                อันดับที่ 2 อีซูซุ 14,484 คัน ลดลง 2.1% ส่วนแบ่งตลาด 21.2%

                อันดับที่ 3 ฮอนด้า 9,761 คัน เพิ่มขึ้น 0.7% ส่วนแบ่งตลาด 14.3%

2.ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 27,356 คัน ลดลง 15.6%

                อันดับที่ 1 ฮอนด้า 8,409 คัน เพิ่มขึ้น 12.9% ส่วนแบ่งตลาด 30.7%

                อันดับที่ 2 โตโยต้า 6,364 คัน                ลดลง 32.7% ส่วนแบ่งตลาด 23.3%

                อันดับที่ 3 นิสสัน 3,013 คัน ลดลง 13.8% ส่วนแบ่งตลาด 11.0%

3.ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 40,915 คัน ลดลง 18.1%

อันดับที่ 1 อีซูซุ 14,484 คัน ลดลง 2.1%  ส่วนแบ่งตลาด 35.4%

อันดับที่ 2 โตโยต้า 12,242 คัน ลดลง 23.9% ส่วนแบ่งตลาด 29.9%  

อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 3,508 คัน ลดลง 17.2% ส่วนแบ่งตลาด  8.6%

4.ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV)

ปริมาณการขาย 33,376 คัน ลดลง 18.5%

อันดับที่ 1 อีซูซุ 13,604 คัน ลดลง 0.7% ส่วนแบ่งตลาด 40.8%

อันดับที่ 2 โตโยต้า 10,599 คัน ลดลง 25.6% ส่วนแบ่งตลาด 31.8%

อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 3,508 คัน ลดลง 17.2% ส่วนแบ่งตลาด 10.5%

                *ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 3,539 คัน

                โตโยต้า 1,183 คัน – มิตซูบิชิ 904  คัน – อีซูซุ 652  คัน – ฟอร์ด 450  คัน – เชฟโรเลต 192 คัน – นิสสัน 158 คัน

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 29,837 คัน ลดลง 15.7%

                อันดับที่ 1 อีซูซุ 12,952 คัน เพิ่มขึ้น 0.4% ส่วนแบ่งตลาด 43.4%

อันดับที่ 2 โตโยต้า 9,416 คัน ลดลง 21.5% ส่วนแบ่งตลาด 31.6%

                อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 2,604 คัน ลดลง13.9% ส่วนแบ่งตลาด  8.7%