Friday, February 26, 2021
Slider
Home 2021 Mercedes-Benz The New E-Class ดีไซน์เฉี่ยวพิมพ์นิยม ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดและดีเซล

Mercedes-Benz The New E-Class ดีไซน์เฉี่ยวพิมพ์นิยม ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดและดีเซล

Mercedes-Benz The new E-Class ใหม่คือยนตรกรรมอัจฉริยะที่พร้อมมอบทุกสิ่งที่คุณต้องการ สะกดทุกสายตาด้วยดีไซน์ใหม่สุดโฉบเฉี่ยว ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ของชุดแต่ง AMG Body styling ปรับดีไซน์ใหม่ให้ดูล้ำสมัยยิ่งขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจาก AMG Performance models สะท้อนเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของรถยนต์รุ่น E-Class  ด้วยกระจังหน้า Diamond Radiator Grille ลงตัวด้วยไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED แบบอัจฉริยะด้วยหลอดไฟ LED จำนวน 84 หลอดต่อ 1 ข้าง ทั้งยังปลอดภัยด้วยระบบส่องสว่างระยะไกลสูงสุดถึง 650 เมตรแบบ ULTRA RANGE high beam ความโฉบเฉี่ยวของรถยนต์คันนี้ยังต่อเนื่องไปที่ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 19 นิ้วจาก AMG พร้อมความโดดเด่นของไฟท้ายแบบ Full-LED ที่ออกแบบให้เข้ากันกับกันชนท้ายและฝากระโปรงท้ายดีไซน์ใหม่ ผสานความหรูหราและความสปอร์ตเข้าด้วยกันอย่างลงตัว นอกจากนี้ยังโปร่งสบายด้วยหลังคาแก้วแบบ Panoramic Sunroof ที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า

Mercedes-Benz The new E-Class ยังพร้อมให้คุณดื่มด่ำสุนทรียภาพแห่งห้องโดยสารดีไซน์หรูหราและสะดวกสบาย ด้วยการออกแบบที่เติมเต็มความสปอร์ตกับชุดตกแต่งภายในแบบ AMG Interior package แม่นยำทุกการควบคุมด้วยพวงมาลัยดีไซน์สปอร์ตใหม่แบบ 3 ก้านท้ายตัด พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Touch control เพื่อให้ทุกการควบคุมเป็นไปตามธรรมชาติภายใต้หลักสรีรศาสตร์ เบาะนั่งแบบสปอร์ตเพิ่มความกระชับในทุกรูปแบบการขับขี่ พร้อมคอนโซลหุ้มด้วยหนัง ARTICO ตลอดทั้งคัน สามารถปรับอารมณ์ของรถให้เป็นไปตามความรู้สึกด้วยไฟล้อมรอบห้องโดยสารแบบ Premium Ambient light ที่สามารถเลือกปรับได้มากถึง 64 เฉดสี พร้อม Animation เปลี่ยนสีอัตโนมัติแบบเคลื่อนไหวให้เลือกได้มากถึง 10 แบบ พร้อมเพลิดเพลินตลอดการเดินทางด้วยระบบเสียงรอบทิศทางแบบ Burmester® surround sound system พร้อมลำโพงจำนวน 13 ตำแหน่ง

ขุมพลัง Mercedes-Benz The new E-Class มี 2 ทางเลือก ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน แถวเรียง 4 สูบ 1,991 ซีซี ผสานพลังมอเตอร์ไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีแบบปลั๊กอินไฮบริด เจเนอเรชันที่ 3 ช่วยให้รถยนต์คันนี้สามารถออกตัวได้เร็วและแรงขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยแรงม้าสูงสุด 211 แรงม้า พุ่งทะยานด้วยอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลา 5.7 วินาที โดยเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยังช่วยให้ Mercedes-Benz The new E-Class สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างเดียวได้ไกลกว่า 50 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

อีกหนึ่งทางเลือกคือเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบขนาด 1,950 ซีซีพร้อมระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้มาตรฐาน EURO6 ให้พละกำลังแรงม้ารวมสูงถึง 194 แรงม้า และให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาเพียง 7.3 วินาที ถ่ายทอดพลังจากเครื่องยนต์อย่างเต็มประสิทธิภาพด้วยระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC ช่วยประหยัดน้ำมันได้มากถึง 6.5% โดยสำหรับเครื่องยนต์ทั้ง 2 ประเภทยังสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการขับขี่ได้ตามแบบฉบับของคุณด้วยระบบ DYNAMIC SELECT ที่มีให้เลือกทั้งหมด 6 รูปแบบด้วย

Mercedes-Benz The new E-Class ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ล้ำหน้าอย่างครบครัน อาทิ ระบบแจ้งเตือนขณะเปลี่ยนช่องจราจรแบบ Blind Spot Assist พร้อมระบบแจ้งเตือนก่อนเปิดประตูแบบ Exit Warning ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินแบบ Active Brake Assist ระบบช่วยเหลือก่อนเกิดอุบัติเหตุ PRE-SAFE® เซ็นเซอร์รอบคันจำนวน 12 จุด แบบ PARKTRONIC พร้อมระบบช่วยการนำรถเข้าจอดแบบ Active Parking Assist และกล้องแสดงภาพรอบคันแบบ 360 องศา ฯลฯ

Mercedes-Benz the New E-Class พร้อมผสานทุกการควบคุมเข้าด้วยกันผ่านระบบ MBUX รุ่นล่าสุดที่แสดงผลผ่านหน้าจอแบบ Digital Widescreen cockpit ขนาด 12.3 นิ้วจำนวน 2 หน้าจอรวมถึงฟังก์ชันการทำงานต่าง ๆ ที่ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับรถยนต์ E-Class ทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมด้วยระบบสัมผัสหน้าจอ แป้นควบคุมแบบ Touchpad และระบบสั่งการด้วยเสียงรูปแบบใหม่ที่สามารถเริ่มต้นการใช้งานได้ง่ายเพียงพูดว่า “Hey Mercedes” เรื่อยไปจนถึงการผสานรถยนต์และสมาร์ทโฟนเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืนด้วยระบบเชื่อมต่อ Smartphone integration ที่ใช้งานได้ทั้ง Apple CarPlay® และ Android Auto และระบบแผนที่นำทางแบบ 3 มิติ ฯลฯ การเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ยังทำได้อย่างไม่มีขีดจำกัดด้วยระบบสัญญาณ 4G-LTE แบบ E-SIM สามารถค้นหาข้อมูลต่าง ๆ เช่น เส้นทาง จุดหมายสำคัญ รายงานสภาพจราจรแบบ Live traffic ฟังวิทยุแบบ Online Radio รวมถึงสามารถติดต่อสื่อสารกับศูนย์บริการได้โดยตรงทั้งการสั่งงานผ่านหน้าจอรถยนต์ หรือผ่านแอปพลิเคชัน Mercedes me

นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถควบคุมรถยนต์จากระยะไกลผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยแอปพลิเคชัน Mercedes me ไม่ว่าจะเป็นการล็อกหรือปลดล็อกรถยนต์ การเปิดและปิดกระจกรวมถึงหลังคา Panoramic Sunroof การตรวจสอบและรายงานสถานะของระบบปลั๊กอินไฮบริด การจัดการระบบเปิดแอร์ล่วงหน้าแบบ Pre-Entry Climate Control การค้นหาตำแหน่งของรถ การรายงานสถานะของรถแบบ real-time เช่น ระดับน้ำมัน หรืออุณหภูมิของเครื่องยนต์ รวมถึงการโทรออกเพื่อขอความช่วยเหลืออัตโนมัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ฯลฯ

Mercedes-Benz The new E-Class มีวางจำหน่าย 3 รุ่น

– Mercedes-Benz E 300 e Avantgarde ราคา 3,190,000 บาท

– Mercedes-Benz E 220 d AMG Sport ราคา 3,540,000 บาท

– Mercedes-Benz E 300 e AMG Dynamic ราคา 3,770,000 บาท

- Advertisment -
The new Porsche GT3 สายเลือดรถสนามพันธุ์แท้
Mercedes-Benz The New E-Class ดีไซน์เฉี่ยวพิมพ์นิยม ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดและดีเซล
Boxster ยนตรกรรมสปอร์ตรุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบ 25 ปี
เจาะลึกเทคโนโลยีอัจฉริยะ Honda Roadsync เพื่อการเชื่อมต่อมอเตอร์ไซค์กับผู้ขับขี่
ฟอร์ด เรนเจอร์ รถคู่ใจที่จะพาคุณออกไปสนุกกับการใช้ชีวิต พิชิตทุกเป้าหมาย
เปิด 5 ทริค หวานรับวาเลนไทน์กับ Honda City Hatchback
previous arrowprevious arrow
next arrownext arrow
Slider

Most Popular

โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก เปิดตัว ‘Ghost’ เจนใหม่ ในไทย

“โรลส์-รอยซ์ มีความผูกพันกับคำว่า ‘โกสต์’ มาโดยตลอด ซึ่งหลังจากที่ โรลส์-รอยซ์ ‘โกสต์’ เจเนอเรชั่นแรก หรือ ‘กู๊ดวูด โกสต์’ ทำตลาดยาวนานกว่า 1 ทศวรรษ และกลายเป็นรุ่นที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในประวัติศาสตร์ 117 ปี ของ โรลส์-รอยซ์ ก็ถึงเวลาของ ‘โกสต์’ เจเนอเรชั่นใหม่...

“ร็อคเซ่น” ควบ CRF450R ยืนหนึ่งจ่าฝูงซูเปอร์ครอสชิงแชมป์โลก 2021

เคน ร็อคเซ่น ดาวบิดชาวเยอรมัน จาก Honda HRC ควงคู่สุดยอดเรซแมชชีน CRF450R ยืนหนึ่งยึดตำแหน่งจ่าฝูงครึ่งฤดูกาลแรก ศึกเอเอ็มเอ ซูเปอร์ครอสชิงแชมป์โลก 2021 หลังจบท็อปโฟร์ที่ออร์แลนโด้ โกยแต้มเพิ่มทิ้งคู่แข่ง 6 แต้ม

เชลล์ เร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นศูนย์

เชลล์เดินหน้ายุทธศาสตร์ในการเร่งขับเคลื่อนสู่การเป็นธุรกิจพลังงานที่ชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนให้เป็นศูนย์ทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์และบริการ พร้อมผลักดันการเติบโตของธุรกิจที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ทั้งนี้ดำเนินการวางกรอบการจัดการกระแสเงินสดอย่างเป็นระบบและมีกระบวนการลดปริมาณการปล่อยคาร์บอน จะเป็นการเพิ่มคุณค่าให้ผู้ถือหุ้น รวมถึงลูกค้าและสังคมในวงกว้าง เชลล์ยืนยันการคาดการณ์ปริมาณลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในระดับสูงสุดเมื่อปี พ.ศ. 2561 ขณะที่ระดับการผลิตน้ำมันสูงสุดคือเมื่อปี พ.ศ. 2562 มร.เบน ฟาน เบอร์เดน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท รอยัลดัทช์เชลล์ กล่าวว่า “ยุทธศาสตร์หลักของเราคือการเดินหน้าในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนและส่งมอบคุณค่าให้กับผู้ถือหุ้นและลูกค้าของเรา...

กลุ่มยานยนต์ TOAVH เผยปี’63 โตสวนกระแส 50% ตั้งเป้ารายได้ 7.3 พันล้านบาท

กลุ่มยานยนต์ TOAVH ขยายตัว 50% หลังประสบความสำเร็จเปิดดีลเลอร์ “เมอร์เซเดส-เบนซ์” กวาดรายได้ 6.5 พันล้านบาท ปี 2021 เร่งเดินหน้าเต็มสูบ ไม่หวั่นโควิด ทุ่มงบ 40 ล้านบาท เสริมทัพบริการผุดธุรกิจรถมือสอง คาดทำรายได้ 7.3 พันล้านบาท

Recent Comments