Friday, February 26, 2021
Slider
Home 2021 ปตท. แถลงผลการดำเนินงานปี 2563

ปตท. แถลงผลการดำเนินงานปี 2563

ปตท. แถลงผลการดำเนินงานปี 2563 ยังคงเข้มแข็งในอุตสาหกรรมพลังงานและปิโตรเคมี นำเงินส่งรัฐรวมทั้งกลุ่มกว่า 3.6 หมื่นล้านบาท พร้อมดูแลเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมของประเทศ

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่  บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) แถลงผลการดำเนินงาน ปตท. ในไตรมาส 4 ปี 2563 เริ่มฟื้นตัว โดย ปตท. และบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ (EBITDA) จำนวน 71,614 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,149 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.1 และกำไรสุทธิในไตรมาส 4 ปี 2563 จำนวน 13,147 ล้านบาท ลดลง 973 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.9 จากไตรมาสก่อนหน้า สำหรับผลการดำเนินงานของปี 2563 ปตท. และบริษัทย่อยมี EBITDA จำนวน 225,672 ล้านบาท ลดลง 63,300 ล้านบาท หรือร้อยละ 21.9 มีกำไรสุทธิจำนวน 37,766 ล้านบาท ลดลง 55,185 ล้านบาท หรือร้อยละ 59.4 จากปี 2562 แสดงถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการธุรกิจให้ยังคงมีความเข้มแข็ง เมื่อเทียบกับบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน แม้จะได้รับผลกระทบการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส COVID-19

ล่าสุด คณะกรรมการ ปตท. ในการประชุม เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบให้จ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานประจำปี 2563 ในอัตราหุ้นละ 1.00 บาท แบ่งเป็นเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกในอัตราหุ้นละ 0.18 บาท และ 6 เดือนหลัง อีก 0.82 บาท ทั้งนี้ กลุ่ม ปตท. นำส่งรายได้ให้รัฐ ทั้งในรูปเงินปันผลและภาษีเงินได้ในปี 2563  จำนวน 36,535 ล้านบาท หากรวมนับตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปัจจุบัน รวมจำนวนประมาณ  9.9 แสนล้านบาท 

การดำเนินธุรกิจในช่วง 5 ปีข้างหน้า (ปี 2564-2568) กลุ่ม ปตท. เตรียมแผนลงทุนในวงเงินรวม 850,573 ล้านบาท (ไม่รวมโครงการที่กำลังอยู่ระหว่างการลงทุนหรือแสวงหาโอกาสในการลงทุน) และจัดเตรียมงบลงทุนในอนาคต (Provisional Capital Expenditure) ในระยะ 5 ปีข้างหน้า จำนวน 804,202 ล้านบาท เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลง สร้างความเข้มแข็งและความสามารถในการแข่งขัน พัฒนาเศรษฐกิจไทย ทั้งในธุรกิจหลักของกลุ่มโรงกลั่น ก๊าซธรรมชาติและปิโตรเคมี มุ่งแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ด้วยการรุกธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต รวมถึงเชื่อมต่อคุณค่าจากแหล่งผลิตปิโตรเลียมสู่ประชาชน ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพลังงาน เพื่อให้เกิดระบบนิเวศธุรกิจ (Ecosystem) ตั้งแต่ธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และก๊าซธรรมชาติ สู่ธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้า จนถึงธุรกิจแบตเตอรี่และการกักเก็บพลังงาน (Battery & Energy Storage) และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมเดินหน้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ ได้แก่ โครงการ LNG Terminal 2 (หนองแฟบ) โครงการโรงแยกก๊าซฯ หน่วยที่ 7 โครงการท่อก๊าซฯ บนบกเส้นที่ 5 รวมถึงการเดินหน้าลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ผ่าน บริษัท โกลบอล รีนิวเอเบิล เพาเวอร์ จำกัด (GRP) โดยมีเป้าหมายการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน 4.3 GW ภายในปี 2568

นอกเหนือจากนวัตกรรมด้านพลังงาน กลุ่ม ปตท. ยังเตรียมพร้อมก้าวสู่ธุรกิจที่มีศักยภาพเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทยในอนาคต เช่น การจัดตั้งบริษัท AI and Robotics Venture (ARV) ของ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (ปตท.สผ.) รวมถึงการจัดตั้งบริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจ Life Science ใน 4 กลุ่มธุรกิจที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง ได้แก่ 1.ธุรกิจยา 2.ธุรกิจอาหารและโภชนาการ 3.ธุรกิจอุปกรณ์และวัสดุทางการแพทย์ 4.ธุรกิจเทคโนโลยีทางการแพทย์  เพื่อให้เป็น New S-Curve ของกลุ่ม ปตท. และประเทศไทย  ทั้งยังส่งเสริมสาธารณสุขคนไทยให้มั่นคง

DCIM100MEDIADJI_0360.JPG DCIM100MEDIADJI_0126.JPG

ในด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม กลุ่ม ปตท. ได้ร่วมกันยกระดับการพัฒนาธุรกิจสู่สังคมคาร์บอนต่ำควบคู่กับการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการกำหนดค่าเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของกลุ่ม ปตท. ร้อยละ 27 เทียบกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานตามปกติ ปี 2573  รวมถึงการสานต่อโครงการเพื่อสังคมต่างๆ โดยมุ่งเน้นสร้างคุณค่าร่วม  เสริมสร้างความเข้มแข็งทางสังคม โดยดำเนินโครงการ Restart Thailand สนับสนุนการสร้างงาน สร้างรายได้ และทักษะอาชีพ ด้วยการจ้างแรงงาน พนักงานและนักศึกษาระดับ ปวช.- ปริญญาตรีในทุกภูมิภาค กว่า 25,000 อัตรา ในส่วนของ ปตท. ได้มีการฝึกอบรมนักศึกษาจบใหม่ เพื่อให้มีความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมและพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ในโครงการ SMART Farming สนับสนุนชุมชนพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและการใช้เทคโนโลยีในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรสู่วิถีใหม่ และ SMART Marketing เพื่อยกระดับสินค้าชุมชนและส่งเสริมการใช้ช่องทางการตลาดออนไลน์และ E-commerce เป็นต้น

- Advertisment -
The new Porsche GT3 สายเลือดรถสนามพันธุ์แท้
Mercedes-Benz The New E-Class ดีไซน์เฉี่ยวพิมพ์นิยม ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดและดีเซล
Boxster ยนตรกรรมสปอร์ตรุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบ 25 ปี
เจาะลึกเทคโนโลยีอัจฉริยะ Honda Roadsync เพื่อการเชื่อมต่อมอเตอร์ไซค์กับผู้ขับขี่
ฟอร์ด เรนเจอร์ รถคู่ใจที่จะพาคุณออกไปสนุกกับการใช้ชีวิต พิชิตทุกเป้าหมาย
เปิด 5 ทริค หวานรับวาเลนไทน์กับ Honda City Hatchback
previous arrowprevious arrow
next arrownext arrow
Slider

Most Popular

โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก เปิดตัว ‘Ghost’ เจนใหม่ ในไทย

“โรลส์-รอยซ์ มีความผูกพันกับคำว่า ‘โกสต์’ มาโดยตลอด ซึ่งหลังจากที่ โรลส์-รอยซ์ ‘โกสต์’ เจเนอเรชั่นแรก หรือ ‘กู๊ดวูด โกสต์’ ทำตลาดยาวนานกว่า 1 ทศวรรษ และกลายเป็นรุ่นที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในประวัติศาสตร์ 117 ปี ของ โรลส์-รอยซ์ ก็ถึงเวลาของ ‘โกสต์’ เจเนอเรชั่นใหม่...

“ร็อคเซ่น” ควบ CRF450R ยืนหนึ่งจ่าฝูงซูเปอร์ครอสชิงแชมป์โลก 2021

เคน ร็อคเซ่น ดาวบิดชาวเยอรมัน จาก Honda HRC ควงคู่สุดยอดเรซแมชชีน CRF450R ยืนหนึ่งยึดตำแหน่งจ่าฝูงครึ่งฤดูกาลแรก ศึกเอเอ็มเอ ซูเปอร์ครอสชิงแชมป์โลก 2021 หลังจบท็อปโฟร์ที่ออร์แลนโด้ โกยแต้มเพิ่มทิ้งคู่แข่ง 6 แต้ม

เชลล์ เร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นศูนย์

เชลล์เดินหน้ายุทธศาสตร์ในการเร่งขับเคลื่อนสู่การเป็นธุรกิจพลังงานที่ชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนให้เป็นศูนย์ทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์และบริการ พร้อมผลักดันการเติบโตของธุรกิจที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ทั้งนี้ดำเนินการวางกรอบการจัดการกระแสเงินสดอย่างเป็นระบบและมีกระบวนการลดปริมาณการปล่อยคาร์บอน จะเป็นการเพิ่มคุณค่าให้ผู้ถือหุ้น รวมถึงลูกค้าและสังคมในวงกว้าง เชลล์ยืนยันการคาดการณ์ปริมาณลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในระดับสูงสุดเมื่อปี พ.ศ. 2561 ขณะที่ระดับการผลิตน้ำมันสูงสุดคือเมื่อปี พ.ศ. 2562 มร.เบน ฟาน เบอร์เดน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท รอยัลดัทช์เชลล์ กล่าวว่า “ยุทธศาสตร์หลักของเราคือการเดินหน้าในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนและส่งมอบคุณค่าให้กับผู้ถือหุ้นและลูกค้าของเรา...

กลุ่มยานยนต์ TOAVH เผยปี’63 โตสวนกระแส 50% ตั้งเป้ารายได้ 7.3 พันล้านบาท

กลุ่มยานยนต์ TOAVH ขยายตัว 50% หลังประสบความสำเร็จเปิดดีลเลอร์ “เมอร์เซเดส-เบนซ์” กวาดรายได้ 6.5 พันล้านบาท ปี 2021 เร่งเดินหน้าเต็มสูบ ไม่หวั่นโควิด ทุ่มงบ 40 ล้านบาท เสริมทัพบริการผุดธุรกิจรถมือสอง คาดทำรายได้ 7.3 พันล้านบาท

Recent Comments