โรลส์-รอยซ์เผยโฉม ‘นิว โกสต์ รุ่นฐานล้อยาว’

0
5499
ROLLS-ROYCE REVEALS NEW GHOST EXTENDED
ROLLS-ROYCE REVEALS NEW GHOST EXTENDED

“‘นิว โกสต์’ คือผลผลิตจากการพูดคุยกับฐานลูกค้าของโรลส์-รอยซ์จากทั่วทุกมุมโลก ลูกค้าหลายท่านขอให้แบรนด์สร้างยนตรกรรมที่มีห้องโดยสารด้านหลังกว้างขวางสะดวกสบายโดยไม่กระทบต่อสมรรถนะการขับขี่ ซึ่ง ‘นิว โกสต์ รุ่นฐานล้อยาว’ ก็ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ ด้วยการเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีจุดประสงค์เพื่อรองรับความต้องการทั้งทางธุรกิจและไลฟ์สไตล์ไปพร้อมกัน” มร. ทอร์สตัน มูเลอร์-ออทเวิส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส

โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส ประกาศเปิดตัว ‘นิว โกสต์ รุ่นฐานล้อยาว’ พร้อมพื้นที่ห้องโดยสารด้านหลังที่กว้างขวางขึ้นโดยไม่กระทบต่อสมรรถนะการขับขี่ นี่คือผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการปรึกษาหารืออย่างละเอียดกับลูกค้ารุ่นใหม่ของโรลส์-รอยซ์ เนื่องด้วยความสนใจในยนตรกรรมรุ่นนี้เพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศ นักธุรกิจระดับโลกที่เปี่ยมไปด้วยพลังกลุ่มนี้ได้แสดงให้เราทราบถึงความต้องการเครื่องมือทางธุรกิจในรูปของยนตรกรรม ซึ่งออกแบบมาสำหรับการมีพนักงานขับเพื่อการใช้งานในวันทำงาน แต่ก็สามารถเปลี่ยนเป็นยนตรกรรมสำหรับขับขี่เองที่มีทั้งความสะดวกสบาย ความสงบ และเปี่ยมด้วยสมรรถนะได้ในช่วงสุดสัปดาห์ ‘นิว โกสต์ รุ่นฐานล้อยาว’ คือการสนองความต้องการดังกล่าว การส่งมอบยนตรกรรมรุ่นนี้ จะเริ่มขึ้นช่วงไตรมาสแรกของปี 2564

การออกแบบ

‘นิว โกสต์ รุ่นฐานล้อยาว’ มีเนื้อที่มากกว่ารุ่นฐานล้อปกติ 170 มม. มาพร้อมพื้นที่วางขาด้านหลังที่มากกว่ารถซีดาน 4 ที่นั่งทั่วไป ทุกขั้นตอนของกระบวนการพัฒนายนตรกรรมนั้นยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และนั่นก็ทำให้เราได้รู้ว่า ลูกค้า ‘นิว โกสต์ รุ่นฐานล้อยาว’ ต้องการคงไว้ซึ่งการออกแบบที่บริสุทธิ์และเรียบง่ายของโกสต์ในทุกมิติ นักออกแบบของแบรนด์จึงพยายามพรางความยาวพิเศษของรถด้วยการยืดประตูด้านหลังและตัวถังบริเวณช่วงประตูด้านหลัง เพื่อรักษาโครงรถที่สวยงามเอาไว้

เทคโนโลยี Rear Suite Serenity

ชุดแต่งห้องโดยสารด้านหลังสะท้อนให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของ ‘นิว โกสต์ รุ่นฐานล้อยาว’ เป็นครั้งแรกที่ลูกค้าสามารถเลือกเบาะนั่งด้านหลังแบบ ‘Serenity Seat’ ที่ปรับเอนได้ตามต้องการ นับเป็นมิติใหม่ของความสะดวกสบาย คล้ายห้องโดยสารในเครื่องบินชั้นธุรกิจ

องค์ประกอบของห้องโดยสารด้านหลังยังสามารถปรับเปลี่ยนจากการใช้งานเชิงธุรกิจไปสู่การพักผ่อนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยตู้แช่แชมเปญที่อยู่ระหว่างเบาะนั่ง ซึ่งได้รับการพัฒนาโดยคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าโรลส์-รอยซ์  วิศวกรของแบรนด์ได้ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ และได้ค้นพบว่าอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเสิร์ฟแชมเปญนอนวินเทจ จะอยู่ที่ประมาณ 6 องศาเซลเซียส และสำหรับแชมเปญวินเทจจะอยู่ที่ประมาณ 11 องศาเซลเซียส ด้วยเหตุนี้ตู้แช่จึงถูกออกแบบให้ทำงาน 2 โหมด คือการทำความเย็นที่ 6 และ 11 องศาเซลเซียส

เทคโนโลยีที่ผสานเป็นหนึ่งเดียว

‘นิว โกสต์’ คือยนตรกรรมโรลส์-รอยซ์ ที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา การเชื่อมต่อสัญญาณไว-ไฟและระบบสาระบันเทิงที่ทันสมัยคือสิ่งจำเป็นระหว่างวันทำงานสำหรับลูกค้านักธุรกิจของ ‘นิว โกสต์ รุ่นฐานล้อยาว’ อย่างไรก็ตาม เรายังได้ปรับแต่งฟังก์ชันเทคโนโลยีต่างๆ อย่างประณีต เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ ปราศจากสิ่งรบกวนที่ไม่จำเป็นเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า

ความมุ่งมั่นในการสร้างพื้นที่ที่บริสุทธิ์ปราศจากมลพิษยังครอบคลุมไปถึงคุณภาพของอากาศภายในห้องโดยสารด้วย ด้วยเหตุนี้ โกสต์จึงมาพร้อมกับระบบฟอกอากาศในห้องโดยสารใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า Micro-Environment Purification System หรือ MEPS เทคโนโลยีนี้ยกระดับระบบกรองอากาศที่มีอยู่เดิมด้วยซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ใหม่ ที่ประกอบด้วยเซนเซอร์ตรวจจับสิ่งปนเปื้อนความไวสูง ซึ่งจะตรวจวัดคุณภาพอากาศโดยรอบ และสับเปลี่ยนระหว่างโหมดรับอากาศภายนอกและโหมดหมุนเวียนอากาศภายใน (Recirculation Mode) โดยอัตโนมัติ หากตรวจพบสิ่งปนเปื้อนในระดับที่ไม่อาจยอมรับได้ ระบบนี้จะผันอากาศทั้งหมดในห้องโดยสารไปยังตัวกรองนาโนฟลีซซึ่งสามารถกำจัดสิ่งปนเปื้อนอนุภาคขนาดเล็กพิเศษเกือบทั้งหมดออกจากห้องโดยสารได้ภายในเวลาไม่ถึง 2 นาที

เทคโนโลยีต่างๆ ที่ช่วยเพิ่มประสบการณ์การขับขี่ทั้งในเมืองและชนบท ประกอบด้วยไฟหน้าเลเซอร์ที่มีระยะส่องสว่างไกลกว่า 600 เมตร และการปรับปรุงด้านความปลอดภัยที่สำคัญ เช่น ระบบเสริมทัศนวิสัยที่มาพร้อมระบบแจ้งเตือนให้ระวังสัตว์ป่าและคนเดินเท้าในเวลากลางวันและกลางคืน ระบบกระตุ้นผู้ขับ (alertness assistant) ระบบกล้อง 4 ตัวพร้อมมุมมองแบบพาโนรามา มุมมองรอบรถ และมุมมองจากด้านบน ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบเตือนก่อนการชน ระบบตรวจจับสิ่งกีดขวางด้านหลังขณะถอย และระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน การแสดงข้อมูลบนหน้ากระจกความละเอียดสูง 7×3 นิ้วที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม และระบบจอดอัตโนมัติ ช่วยให้มั่นใจได้ถึงความสะดวกสบายสูงสุดไม่ว่าจะอยู่ในสภาพการขับขี่ใดก็ตาม

วิศวกรรม

อลูมิเนียมสเปซเฟรม และเครื่องยนต์ V12 ใหม่

‘นิว โกสต์ รุ่นฐานล้อยาว’ ถูกรังสรรค์ขึ้นบนอลูมิเนียมสเปซเฟรม สถาปัตยกรรมแห่งความหรูหราอันเป็นกรรมสิทธิ์ของโรลส์-รอยซ์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นแพลทฟอร์มให้กับยนตรกรรมโรลส์-รอยซ์รุ่นใหม่ทุกรุ่น ระบบช่วงล่าง Planar ใหม่ ซึ่งผ่านการทดสอบและปรับแต่งอย่างละเอียดนานกว่า 10 ปีโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ยังช่วยมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลดุจพรมวิเศษอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ด้วยโช้คอัพที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมถุงลมขนาดใหญ่ปรับระดับอัตโนมัติ และตัวซับแรงกระแทกปีกนกชิ้นบน (Upper Wishbone Damper) ตัวแรกของโลก ซึ่งเทคโนโลยีนี้ไม่เคยถูกนำมาใช้กับยนตรกรรมในท้องตลาดมาก่อน นอกจากนี้ ‘นิว โกสต์ รุ่นฐานล้อยาว’ ยังเหนือกว่าด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และระบบเลี้ยว 4 ล้อ ที่ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในยนตรกรรมรุ่นฐานล้อยาวอีกด้วย

ขุมพลังจากเครื่องยนต์ V12 ทวินเทอร์โบ สูบ 6.75 ลิตร ที่พัฒนาขึ้นสำหรับโกสต์โดยเฉพาะ ให้แรงบิด 571PS และ 850Nm วัสดุซับเสียงรวม 100 กิโลกรัมที่อยู่ในแซสซี ตัวถัง และยางล้อ ช่วยให้บรรยากาศในการเดินทางเงียบสงบ ทั้งหมดนี้เพื่อสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยมแต่ไม่รบกวนความสงบสบายภายในห้องโดยสาร

วัสดุและวิธีการ

ความเรียบง่ายภายใต้ความซับซ้อน

การแสวงหาความเรียบง่ายในการออกแบบต้องอาศัยเทคนิคทางวิศวกรรมที่ซับซ้อนและงานหัตถศิลป์ที่มีความประณีตสูง เช่น รูปทรงของตัวถังและการตกแต่งภายในที่มีชั้นเชิงนั้นถูกสร้างขึ้นโดยเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติขั้นสูง และนี่เป็นครั้งแรกที่เทคโนโลยีนี้ถูกนำมาผสานเข้ากับความสามารถด้านหัตถศิลป์และวิศวกรรมดั้งเดิมของโรลส์-รอยซ์

สำหรับ ‘นิว โกสต์ รุ่นฐานล้อยาว’ ชิ้นส่วนโลหะจากการพิมพ์ 3 มิติด้วยเทคนิคการหลอมด้วยลำอิเล็กตรอนถูกเชื่อมเข้ากับตัวถังเปล่าก่อนลงสี สำหรับชิ้นส่วนที่พิมพ์ด้วยเทคนิคมัลติเจ็ทฟิวชัน (multi-jet fusion) และการหลอมผงวัสดุ (selective laser sintering) จะถูกนำมาติดตั้งทีละชิ้นในภายหลัง ณ Home of Rolls-Royce

องค์ประกอบของงานหัตถศิลป์ดั้งเดิมอื่น ๆ ถูกนำเสนอในลักษณะร่วมสมัยด้วยสีเคลือบผิวไม้ 2 สีใหม่ที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับโกสต์ ได้แก่สี Obsidian Ayous ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความหลากหลายของสีที่พบในหินลาวา และสี Dark Amber ที่ผสานอนุภาคอลูมิเนียมละเอียดแทรกอยู่ในลายไม้ ทั้ง 2 สีสามารถนำมาใช้เคลือบแบบโชว์ผิวไม้ (Open pore) เพื่อเผยผิวสัมผัสของวัสดุอย่างเต็มที่