ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยรอยยิ้ม สำหรับ “บุรีรัมย์ มาราธอน 2026 พรีเซนเต็ดบาย น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง” ได้รับการขนานนามว่าเป็นงานวิ่งที่สนุกที่สุดอันดับหนึ่งของไทย เมื่อค่ำคืนวันที่ 24 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งปีนี้ถือเป็นวาระพิเศษครบรอบ 10 ปี ที่เปลี่ยนจากงานวิ่งท้องถิ่นสู่แลนด์มาร์คระดับโลก โดยได้สร้างความฮือฮาไปกับภาพการปล่อยตัวนักวิ่งจำนวนมหาศาล และภาพความประทับใจ กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เรียกว่างานจบ แต่เรื่องเล่าของความสุขยังไม่จบ โดยมียอดผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งนักวิ่ง ผู้ติดตามและกองเชียร์ อาสาสมัครเจ้าหน้าที่ รวมกันทุบสถิติมากกว่า 1.1 แสนคน
ตลอดหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา บุรีรัมย์ มาราธอน เติบโตจากงานวิ่งเล็ก ๆ จากนักวิ่งหลักพันคน สู่เทศกาลกีฬาระดับนานาชาติ โดยในปีนี้มีจำนวนนักวิ่งเข้าร่วมมากที่สุด จำนวนกว่า 35,789 คน อาสาสมัคร เจ้าหน้าที่มากกว่า 7,000 คน ผู้ติดตามและกองเชียร์กว่า 70,000 คน รวมแล้วกว่า 112,789 คนที่หลั่งไหลสู่จังหวัดบุรีรัมย์

ที่ผ่านมา บุรีรัมย์ มาราธอน สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการวิ่ง โดยฝ่ายจัดการแข่งขันปรับกลยุทธ์ไม่นำเงินมหาศาลไปทุ่ม เพื่อเชิญนักวิ่งอีลีทต่างชาติ แต่นำงบประมาณส่วนนั้นกลับมาอัดฉีด เพื่อสร้าง “สวรรค์ของนักวิ่ง” อย่างแท้จริง ด้วยกิจกรรมพิเศษและเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท เช่น ระบบแจกภาพฟรีแบบเรียล์ไทม์ จับแจกเงินรางวัลพิเศษแต่ละระยะ สนับสนุนนั่งวิ่งไทยสู่โตเกียวมาราธอน และอื่นๆอีกมากมาย เพื่อมอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่หาจากสนามไหนไม่ได้ ภายใต้มาตรฐาน World Athletics Road Race Label ที่นักวิ่งยังคงนำสถิติไปควอลิฟายในสนามระดับโลกได้เช่นเดิม
ในพิธีเปิดงาน นายเนวิน ชิดชอบ ผู้ริเริ่มจัด “บุรีรัมย์ มาราธอน” ได้กล่าวถึงเส้นทาง 10 ปีที่ผ่านมาอย่างน่าประทับใจว่า บุรีรัมย์ มาราธอน ไม่ได้เติบโตขึ้นเพียงเพราะมาตรฐานการจัดงาน แต่เติบโตด้วย “หัวใจ” ของ “ฅนบุรีรัมย์” โดยก้าวจากงานวิ่งเล็กๆที่มีนักวิ่งหลักพันคน สู่งานวิ่งมาตรฐานโลก ด้วย “Buriram Standard” มาตรฐานการจัดงานในแบบของตัวเอง ที่ยึดความสุขของนักวิ่งเป็นศูนย์กลาง

พร้อมย้ำว่า สนามแห่งนี้ไม่ใช่แค่พื้นที่แข่งขันกีฬา แต่ด้วยพลังของนักวิ่งที่สนับสนุน ทำให้พื้นที่แห่งนี้สามารถยืนเคียงข้าง ช่วยเหลือผู้คนในทุกช่วงเวลา อาทิ ศูนย์ดูแลประชาชนในช่วงโควิด-19, ศูนย์อพยพในยามวิกฤต การแบ่งปันนี้เรียกได้ว่า เกิดจากนักวิ่งทุกคนส่งต่อสู่สังคมไทย ให้โลกรู้ว่า คนไทยจะไม่ทิ้งกัน”
นายโชติชนก ชิดชอบ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการแข่งขัน (Race Director) ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ได้เปิดเผยถึงหัวใจสำคัญที่ทำให้งานนี้ว่า
“หัวใจความสำเร็จ คือความตั้งใจจริงที่จะทำให้ทุกคนที่มาเยือนประทับใจที่สุด โดยมีชาวบุรีรัมย์ทั้งจังหวัดเป็นเจ้าภาพ ทุกภาคส่วนร่วมกันต้อนรับ ดูแล และส่งกำลังใจให้ผู้มาเยือน ตั้งแต่มาตรฐานการจัดการ การแพทย์ การปิดถนนแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เพื่อความปลอดภัยของนักวิ่ง ฯลฯ ไปจนถึงบรรยากาศการเชียร์ของชาวบุรีรัมย์ทั้งเมือง จนกลายเป็นเทศกาลแห่งความสุขที่นักวิ่งต่างหลงรัก”

“บุรีรัมย์ มาราธอน เป็นความภูมิใจของคนบุรีรัมย์ ซึ่งความภาคภูมิใจสูงสุดไม่ใช่เพียงตัวเลขผู้เข้าร่วมงานที่เติบโตต่อเนื่อง แต่คือการได้เห็นรอยยิ้ม ความประทับใจ และการกลับมาซ้ำของนักวิ่งจากทั่วโลก”
สำหรับทศวรรษต่อไป บุรีรัมย์ มาราธอน มุ่งพัฒนาสู่การเป็น “World-Class Night Marathon” อย่างเต็มรูปแบบ เป็นงานที่นักวิ่งทั่วโลกต้องการมาสัมผัสประสบการณ์การวิ่งในสนามแข่งระดับโลกทั้ง 2 สนาม บรรยากาศเมืองกีฬา วัฒนธรรมท้องถิ่น การต้อนรับแบบ “ฅนบุรีรัมย์”
10 ปีที่ผ่านมา คือบทพิสูจน์ว่า “บุรีรัมย์ มาราธอน” ไม่ได้เป็นเพียงงานวิ่ง แต่คือพลังของ “ฅนบุรีรัมย์” ทั้งเมือง พลังของนักวิ่ง และพลังของการให้ ที่ร่วมกันสร้าง “สวรรค์ของนักวิ่ง” ให้เป็นความจริง และกำลังก้าวต่อไปสู่การเป็นหนึ่งในมาราธอนที่มีเอกลักษณ์ที่สุดของเอเชียอย่างภาคภูมิ
พบกันใหม่ใน “บุรีรัมย์ มาราธอน 2027” วันที่ 23 มกราคม 2570 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางแฟนเพจ Buriram Marathon




