กรุงจาการ์ตา : เวียดนาม แชมป์เก่า เตรียมดวล สิงคโปร์ ในรอบแบ่งกลุ่ม ศึก ASEAN Hyundai Cup™ 2026 ขณะที่ ไทย แชมป์รายการนี้มากที่สุด 7 สมัย จะพบกับ มาเลเซีย หลังเสร็จสิ้นพิธีจับสลากอย่างเป็นทางการ ที่กรุงจาการ์ตา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ในโอกาสฉลองครบรอบ 30 ปีของศึกชิงแชมป์อาเซียน
ทัพ “ดาวทอง” จากเวียดนาม ซึ่งคว้าแชมป์อาเซียนสมัยที่ 3 ในปี 2024 จากการเอาชนะ ทีมชาติไทย ด้วยสกอร์รวม 5–3 ในรอบชิงชนะเลิศ ถูกจับสลากอยู่ใน กลุ่มเอ โดยจะต้องพบกับ อินโดนีเซีย, กัมพูชา และผู้ชนะจากรอบคัดเลือก เพลย์ออฟ ระหว่าง บรูไน ดารุสซาลาม กับ ติมอร์-เลสเต ในการแข่งขันรอบแรกแบบพบกันหมดนัดเดียว เหย้า-เยือน

ขณะที่ ทีมชาติไทย ชาติที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์รายการนี้ จากการคว้าแชมป์ในปี 1996, 2000, 2002, 2014, 2016, 2020 และ 2022 ถูกจับสลากอยู่ใน กลุ่มบี ร่วมกับ ฟิลิปปินส์, เมียนมา และ ลาว
การแข่งขันชิงแชมป์อาเซียน ซึ่งจัดขึ้นทุก 2 ปี และเริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี 1996 จะฟาดแข้งระหว่าง 24 กรกฎาคม – 26 สิงหาคม โดยมี 11 ชาติจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมชิงชัย เพื่อหาสุดยอดแชมป์อาเซียน ในการจัดการแข่งขันเป็นครั้งที่ 16

สำหรับรอบคัดเลือก เพลย์ออฟ บรูไน ดารุสซาลาม และ ติมอร์-เลสเต จะพบกันแบบเหย้า-เยือน เพื่อแย่งชิงตั๋วเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม โดยเลกแรก บรูไน ดารุสซาลาม จะเป็นเจ้าภาพในวันที่ 2 มิถุนายน ก่อนที่เลกสอง ติมอร์-เลสเต จะเปิดบ้านรับการมาเยือนในวันที่ 9 มิถุนายน
ขณะที่รอบรองชนะเลิศ จะนำเอา 2 ทีมอันดับแรกของแต่ละกลุ่ม ผ่านเข้าสู่การแข่งขันแบบเหย้า-เยือน โดยเลกแรกจะแข่งขันวันที่ 15 และ 16 สิงหาคม และเลกสอง วันที่ 18 และ 19 สิงหาคม ส่วนรอบชิงชนะเลิศ แข่งขันแบบ 2 นัด เหย้า-เยือน ระหว่างวันที่ 22 และ 26 สิงหาคม
ผลการจับสลากแบ่งสาย ศึก ASEAN Hyundai Cup™ 2026 อย่างเป็นทางการ มีดังนี้:

พล.ต. เคียฟ ซาเมธ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน กล่าวว่า “เมื่อการจับสลากเสร็จสิ้นลง ศึก ASEAN Hyundai Cup™ 2026 ก็พร้อมก้าวเข้าสู่บทใหม่อย่างมั่นใจ
“ผลการจับสลากสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการ คุณภาพ ความเข้มข้น และความทะเยอทะยานที่เพิ่มขึ้นของวงการฟุตบอลในภูมิภาคของเรา ซึ่งจะเป็นฉากเปิดที่น่าติดตามสำหรับการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของการแข่งขันชิงแชมป์อาเซียน ที่จะเปิดฉากขึ้นในเดือนกรกฎาคมนี้

“จากกระแสตอบรับและการมีส่วนร่วมอันแข็งแกร่งในช่วงหลายครั้งที่ผ่านมา เอเอฟเอฟยังคงยึดมั่นในพันธกิจในการยกระดับมาตรฐานและการเข้าถึงของทัวร์นาเมนต์ให้ก้าวไปอีกขั้น ตลอดระยะเวลา 3 ทศวรรษ การแข่งขันชิงแชมป์อาเซียนได้ทำหน้าที่เป็นพลังแห่งความสามัคคี เชื่อมโยงประเทศและชุมชนของเราเข้าด้วยกัน ผ่านความหลงใหลร่วมกันในเกมลูกหนัง
“เราขอขอบคุณอย่างจริงใจต่อพันธมิตรหลักอย่าง บริษัท ฮุนได มอเตอร์ สำหรับความไว้วางใจและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง และขออวยพรให้สมาคมสมาชิกที่เข้าร่วมการแข่งขันทุกชาติประสบความสำเร็จ ลงแข่งขันด้วยความภาคภูมิใจ แพสชัน และสปิริตแห่งน้ำใจนักกีฬา”
ดอน โรมาโน ประธานบริษัท ฮุนได มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า “วันนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญ เมื่อเราได้เปิดเผยผลการจับสลากอย่างเป็นทางการ และเริ่มนับถอยหลังสู่ศึก Hyundai Cup™ ซึ่งจะปลุกเร้าความตื่นเต้นไปทั่วอาเซียน ด้วยความร่วมมือกับสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน ศึก Hyundai Cup™ เปรียบเสมือนเวทีอันทรงพลังที่เชื่อมโยงผู้คน นำแฟนบอลหลายล้านคนในอาเซียนมารวมกันเป็นหนึ่งเดียว เราตั้งตารอเส้นทางอันเร้าใจสู่ทัวร์นาเมนต์ที่ยากจะลืมเลือน”
ขณะที่ ซีมัส โอไบรอัน ประธานและประธานกรรมการบริหาร SPORTFIVE เอเชีย กล่าวว่า “ปี 2026 เป็นปีที่มีความหมายอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์การแข่งขันชิงแชมป์อาเซียน เพราะนอกจากจะเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีแล้ว เรายังได้เริ่มต้นบทใหม่ร่วมกับพันธมิตรหลักอย่าง ฮุนได มอเตอร์ ซึ่งให้การสนับสนุนวงการฟุตบอลทั่วโลกมาเกือบยาวนานพอๆ กัน เราตื่นเต้นที่จะทำให้ Hyundai Cup™ 2026 เป็นครั้งที่ยิ่งใหญ่และน่าจดจำที่สุด ร่วมกับแฟนบอลอาเซียนนับล้านที่มีพลังและแพสชันเป็นหนึ่งไม่เป็นรองใคร”

หมายเหตุเกี่ยวกับกลไกการจับสลาก ASEAN Hyundai Cup™ 2026
1.ตามหลักการวางโถ แชมป์เก่า เวียดนาม ถูกจับสลากอยู่ในตำแหน่ง A1 และรองแชมป์ ไทย อยู่ในตำแหน่ง B1
2.สอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ใช้ในทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติ มีการพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อให้การแข่งขันดำเนินไปอย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพ และยึดมั่นในคุณค่าของความสามัคคี ความยุติธรรม และความเคารพซึ่งกันและกัน
3.จากเหตุผลดังกล่าว และตามสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง จึงมีการกำหนดขั้นตอนพิเศษเพื่อไม่ให้ กัมพูชา และ ไทย อยู่ในกลุ่มเดียวกัน
4.ส่งผลให้ กัมพูชา ถูกกำหนดให้อยู่ในตำแหน่ง A4 ก่อนเริ่มพิธีจับสลาก
5.ทีมที่เหลือทั้งหมดจะถูกจับสลากจากโถของตนเอง ตามระเบียบการแข่งขันและขั้นตอนมาตรฐานอย่างครบถ้วน
สำหรับการแข่งขันชิงแชมป์อาเซียน ปี 2024 ประสบความสำเร็จอย่างสูง ทำสถิติผู้ชมรวมถึง 541 ล้านคน จากโทรทัศน์และแพลตฟอร์มสตรีมมิง ขณะที่โซเชียลมีเดีย Facebook, Instagram, TikTok, YouTube และ X มียอดรับชมวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันรวมเกือบ 13,000 ล้านวิว
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมการแข่งขัน สนามแข่งขัน และเวลาเขี่ยลูก จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 16 มกราคม
แฟนบอลสามารถติดตามข่าวสาร ข้อมูล และคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟของ Hyundai Cup™ และกิจกรรมอื่นๆ ของ ASEAN United FC ได้ตลอดทั้งปี ผ่านเว็บไซต์ ASEANUtdFC.com และบัญชี @aseanutdfc ช่องทางดิจิทัลอย่างเป็นทางการ
ASEAN Hyundai Cup™ คือการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมี 11 ชาติสมาชิกอาเซียนเข้าร่วมชิงชัยเพื่อความเป็นหนึ่งของภูมิภาคในทุกๆ 2ปี นับตั้งแต่เริ่มต้นภายใต้ชื่อ ASEAN Championship จากทัวร์นาเมนต์เล็ก ๆ ที่แข่งกันแค่สองสัปดาห์ในสนามรวมศูนย์ เมื่อปี 2539ภายใต้ชื่อ “ASEAN Championship” ศึกนี้ได้เติบโตแบบก้าวกระโดดกลายเป็น มหกรรมลูกหนังระดับภูมิภาค ที่ระเบิดความมันต่อเนื่อง 4สัปดาห์เต็มแข่งขันกันทั่วภูมิภาคอาเซียน ท่ามกลางเสียงเชียร์แน่นสนามในทุกแมตช์ ทุกเมือง

“ช้างศึก” ทีมชาติไทย คือเจ้าของแชมป์รายการแรกของศึกชิงแชมป์อาเซียนเมื่อปี 2539 ที่สิงคโปร์ หลังเฉือนมาเลเซีย 1-0 ในนัดชิงชนะเลิศ นับแต่นั้นเป็นต้นมา ไทยก็กลายเป็นมหาอำนาจลูกหนังแห่งอาเซียนอย่างแท้จริง ด้วยตำแหน่งแชมป์รวม 7 สมัย จากปี 2543, 2545, 2557, 2559, 2563 และ 2565 — มากที่สุดในประวัติศาสตร์รายการนี้
อย่างไรก็ตาม “ช้างศึก” ทีมชาติไทย พลาดโอกาสคว้าแชมป์สมัยที่ 8 ในปี 2567 เมื่อพ่ายให้กับเวียดนามในรอบชิงชนะเลิศด้วยสกอร์รวม 5-3ชัยชนะครั้งนี้ส่งให้ เวียดนาม ผงาดคว้าแชมป์อาเซียนสมัยที่ 3 ต่อจากปี 2551 และ 2561 ตอกย้ำสถานะคู่แข่งเบอร์ต้น ๆ ของไทยในภูมิภาค
สิงคโปร์ รั้งตำแหน่งทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเป็นอันดับสอง ด้วยการคว้าแชมป์ 4 สมัย ในปี 2541, 2547, 2550 และ 2555 ขณะที่ มาเลเซีย เคยผงาดขึ้นแท่นแชมป์อาเซียนได้สำเร็จในปี 2553 สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการลูกหนังเสือเหลือง
ตลอดระยะเวลา 29 ปีแห่งการแข่งขัน ศึกชิงแชมป์อาเซียนพัฒนาแบบก้าวกระโดดในทุก ๆ ครั้งที่จัด แข็งแกร่งทั้งในสนามและนอกสนามสร้างสถิติต่อเนื่อง จนขึ้นแท่น ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่และได้รับความนิยมสูงสุดของภูมิภาคในการแข่งขันปี 2567 รายการนี้ทำสถิติใหม่อีกครั้งด้วยยอดผู้ชมทางโทรทัศน์และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งรวมกว่า 541.5 ล้านคน พร้อมยอดวิววิดีโอเกี่ยวกับการแข่งขันบน Facebook, Instagram, TikTok, YouTube และ X สูงถึง 12.66 พันล้านวิว
รูปแบบการแข่งขัน ASEAN Hyundai Cup™
การแข่งขันประกอบด้วย รอบเพลย์ออฟรอบคัดเลือก โดยจะเป็นการพบกันแบบเหย้า–เยือนระหว่าง 2 ทีมที่มีอันดับแรงกิ้งต่ำสุด เพื่อหาทีมสุดท้ายเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ร่วมกับอีก 9 ทีมชาติจากอาเซียน
ในรอบแบ่งกลุ่ม ทีมที่ผ่านเข้ารอบทั้ง 10 ทีม จะถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 5 ทีม แข่งขันแบบพบกันหมด โดยแต่ละแมตช์จะเล่นในระบบเหย้าหรือเยือน ทีมอันดับ 1 และ 2 ของแต่ละกลุ่ม จะผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ซึ่งจัดในรูปแบบ เหย้า–เยือน 2 นัด เพื่อหาผู้ชนะเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ และชิงถ้วยแชมป์ในระบบสองนัดเช่นเดียวกัน
ชาติที่เข้าร่วมการแข่งขัน
บรูไน ดารุสซาลาม (Brunei Darussalam)
ทีมชาติบรูไน ดารุสซาลาม การผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มของศึกชิงแชมป์อาเซียนในปี 2022 ถือเป็นครั้งแรกที่ บรูไน ดารุสซาลาม ได้สิทธิ์เข้าร่วมรอบสุดท้ายของรายการนี้นับตั้งแต่การแข่งขันครั้งแรกเมื่อปี 2539 อย่างไรก็ตาม ในปี 2024 บรูไนพลาดโอกาสเข้ารอบอย่างน่าเสียดาย หลังพ่าย ติมอร์-เลสเต ด้วยสกอร์รวม 1-0 ในรอบเพลย์ออฟ
กัมพูชา (Cambodia)
ทีมชาติกัมพูชา เข้าร่วมการแข่งขันชิงแชมป์อาเซียนมาแล้วทั้งสิ้น 10 ครั้ง แม้ยังไม่เคยผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ แต่ก็มีพัฒนาการที่ชัดเจนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ในปี 2022 “นักรบอังกอร์” โชว์ฟอร์มเก็บชัยชนะได้เหนือ ฟิลิปปินส์ และ บรูไน ดารุสซาลาม จบอันดับ 3 ของกลุ่ม ขณะที่ในปี 2024 พวกเขาเกือบคว้ารองแชมป์กลุ่ม หลังยันเสมอ มาเลเซีย ได้แบบสุดมัน 2-2
อินโดนีเซีย (Indonesia)
ทีมชาติอินโดนีเซีย คือหนึ่งในขาประจำของเวทีลูกหนังอาเซียน และเป็นชาติที่มีศักยภาพสูงสุดชาติหนึ่งในภูมิภาค แต่แม้จะลงแข่งขันมาแล้วถึง 15 ครั้ง อินโดนีเซียยังคงต้องรอคอยแชมป์อาเซียนรายการนี้ต่อไป โดยอินโดนีเซีย เข้าชิงชนะเลิศมาแล้ว 6 ครั้ง โดยพลาดแชมป์อย่างน่าเสียดายในปี 2000, 2002 และ 2004 ติดต่อกันถึง 3 สมัย รวมถึงในปี 2010, 2016 และล่าสุดในปี 2020
ลาว (Laos)
ทีมชาติลาว เข้าร่วมการแข่งขันชิงแชมป์อาเซียนมาแล้วถึง 15 ครั้ง แม้ยังไม่เคยผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ แต่ก็เป็นทีมที่สร้างความลำบากให้คู่แข่งได้เสมอ ในการแข่งขันปี 2024 “ทิมซาด” แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่น่าจับตา ด้วยการยันเสมอ อินโดนีเซีย และ ฟิลิปปินส์ พร้อมเกือบคว้าชัยเหนือ เมียนมา ก่อนพลาดท่าเสีย 2 ประตูในช่วงท้ายเกม พ่ายไปแบบสุดมัน 3-2
มาเลเซีย (Malaysia)
ทีมชาติมาเลเซีย สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์อาเซียนได้เป็นครั้งแรก ในปี 2010 โดยลูกทีมของ ก. ราจาโกปาล เอาชนะอินโดนีเซียในรอบชิงชนะเลิศ ปลดล็อกความผิดหวังที่รอคอยมาตั้งแต่การก่อตั้งรายการ หลังจากนั้น มาเลเซียเคยเข้าใกล้การคว้าแชมป์อีกสองครั้ง ด้วยการจบรองแชมป์ในปี 2014 และ 2018 ก่อนจะตกรอบรองชนะเลิศในปี 2022 นอกจากนี้ พวกเขายังเคยได้รองแชมป์ในการแข่งขันครั้งแรกเมื่อปี 1996 โดยแพ้ให้กับประเทศไทยในรอบชิงชนะเลิศ
เมียนมา (Myanmar)
ทีมชาติเมียนมา เคยผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ของศึกชิงแชมป์อาเซียนมาแล้ว 2 ครั้ง โดยเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในปี 2004 และ 2016 ก่อนจะพ่ายให้กับทีมแชมป์ในปีนั้น ได้แก่ สิงคโปร์ (2004) และ ไทย (2016) ในการแข่งขันปี 2024 เมียนมาเริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ได้ดี ด้วยการเสมอ ฟิลิปปินส์ และคัมแบ็กแซงชนะ ลาว ได้แบบสุดมัน แต่ต้องจอดป้ายที่รอบแบ่งกลุ่ม หลังพ่ายให้กับ เวียดนาม ในนัดสุดท้ายของกลุ่ม
ฟิลิปปินส์ (Philippines)
ทีมชาติฟิลิปปินส์ เริ่มสร้างชื่อในศึกชิงแชมป์อาเซียนตั้งแต่ปี 2010 ด้วยการเข้าถึงรอบรองชนะเลิศเป็นครั้งแรก และนับจากนั้นก็กลายเป็นทีมขาประจำของรอบน็อกเอาต์ ด้วยการผ่านเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายได้ถึง 5 จาก 8 ครั้งล่าสุด ในการแข่งขันปี 2024 “ดิ อัซกาลส์” ทะยานเข้าสู่รอบรองชนะเลิศอีกครั้ง หลังบุกชนะ อินโดนีเซีย 1-0 ก่อนจะสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเปิดบ้านเฉือนชนะ ไทย 2-1 ในนัดแรก แม้สุดท้ายจะพ่ายด้วยสกอร์รวม 4-3 หลังต่อเวลาพิเศษในนัดที่สองที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน แต่ฟอร์มของฟิลิปปินส์ในปีนี้ก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ใช่ทีมรองอีกต่อไป
สิงคโปร์ (Singapore)
ทีมชาติสิงคโปร์ คือหนึ่งในขาใหญ่ของศึกชิงแชมป์อาเซียน ด้วยการคว้าแชมป์มาแล้วทั้งหมด 4 สมัย โดยแชมป์แรกเกิดขึ้นในปี 1998 จากชัยชนะเหนือ เวียดนาม ถึงถิ่นฮานอย จากนั้นภายใต้การคุมทีมของ ราโด้โค อัฟราโมวิช สิงคโปร์คว้าแชมป์เพิ่มอีก 3 สมัยในปี 2004, 2007 และ 2012 แม้ช่วงหลัง “เดอะ ไลออนส์” จะฟอร์มดรอปลงไปบ้าง แต่ในปี 2024 พวกเขากลับมาเข้ารอบรองชนะเลิศได้อีกครั้ง ก่อนจะพ่ายให้กับ เวียดนาม ที่กลายเป็นแชมป์ในปีนั้น
ไทย (Thailand)
ทีมชาติไทย คือมหาอำนาจลูกหนังแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอด 3 ทศวรรษที่ผ่านมา “ช้างศึก” ครองบัลลังก์อาเซียนด้วยการคว้าแชมป์ 7 สมัย เริ่มจากแชมป์แรกในปี 1996 และตามด้วยในปี 2000, 2002, 2014, 2016, 2020 และ 2022 ในปี 2024 ไทยเข้าชิงชนะเลิศเป็นครั้งที่ 11 ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดของรายการ แต่ต้องผิดหวังหลังพ่าย เวียดนาม ด้วยสกอร์รวม 5-3 พลาดโอกาสสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์สมัยที่ 8 อย่างน่าเสียดาย
ติมอร์-เลสเต (Timor-Leste)
ทีมชาติติมอร์-เลสเต เปิดตัวในรายการชิงแชมป์อาเซียนครั้งแรกในปี 2004 จากนั้นตกรอบคัดเลือกติดต่อกันถึง 6 ครั้ง ก่อนจะสามารถผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มได้ถึง 3 จาก 4 ครั้งหลังสุด แม้ยังไม่สามารถเก็บแต้มในรอบแบ่งกลุ่มได้ แต่ในปี 2024 ติมอร์-เลสเตแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างชัดเจน หลังสร้างความลำบากให้กับ มาเลเซีย, สิงคโปร์ และ กัมพูชา อย่างต่อเนื่อง ก่อนจะเสียประตูในช่วงท้ายเกมและพลาดแต้มแรกไปอย่างน่าเสียดาย
เวียดนาม (Vietnam)
ทีมชาติเวียดนาม ผงาดคว้าแชมป์อาเซียนสมัยที่ 3 ในปี 2024 หลังล้างแค้นทีมแชมป์เก่าอย่าง ไทย ด้วยชัยชนะสกอร์รวม 5-3 ในนัดชิงชนะเลิศ “ดาวทอง” เคยคว้าแชมป์ครั้งแรกในปี 2008 จากลูกยิงช่วงทดเวลาบาดเจ็บของ เล กง วินห์ ที่พาทีมเฉือนชนะไทย และกลับมาคว้าแชมป์อีกครั้งในปี 2018 หลังเอาชนะ มาเลเซีย ด้วยสกอร์รวม 3-2




