7 ปี Thai MotoGP สุดกระหึ่ม จาก “มหกรรมกีฬา” สู่การขับเคลื่อน Thai Power ระดับโลก

จบไปแล้วกับอีเว้นต์กีฬาสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ศึกรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” รายการ “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026”  (PT Grand Prix of Thailand 2026) โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ การทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล หรือ Pre-Season Test วันที่ 21-22 ก.พ. และ สนามที่ 1 เปิดฤดูกาล ระหว่าง วันที่ 27 ก.พ. –  1 มี.ค. 2569 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์  รัฐบาลไทย นำโดยการกีฬาแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นแม่งาน ผนึกกำลังกับหน่วยงานภาครัฐ-ภาคเอกชนและภาคประชาชน

เปิดสถิติความสำเร็จ 7 ปีแห่งความภาคภูมิใจ

จากจุดเริ่มต้นในปี 2561 จนถึงการก้าวขึ้นเป็น “สนามเปิดฤดูกาล” 2 ปีต่อเนื่อง ภาพรวมความสำเร็จตลอด 7 ปีที่ผ่านมา มีตัวเลขที่ยืนยันถึงความยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น มูลค่าทางเศรษฐกิจสะสม สร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยรวมแล้วกว่า 30,000 ล้านบาท ต้อนรับแฟนความเร็วจากทั่วทุกมุมโลกรวมกว่า 1.3 ล้านคน การประชาสัมพันธ์ ถ่ายทอดสด 207 ประเทศ เข้าถึงผู้ชมกว่า 800 ล้านครัวเรือนทั่วโลก

ปี 2569 ทุบสถิติใหม่จำนวนผู้ชมสูงสุดในรอบ 7 ปี

เมื่อวันที่ 1 มี.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาเป็นประธานเปิดการแข่งขัน “PT Grand Prix of Thailand 2026” ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคักทุบสถิติใหม่

สร้างสถิติใหม่ ด้วยยอดผู้ชม 228,228 คน (คนไทย 82% และต่างชาติ 18%) โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติมีอัตราสูงขึ้น 3% จากปีที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 36,636 บาท/คน/ทริป

More Than Buriram ปลุกการท่องเที่ยวต่อเนื่องทั่วประเทศ โดยนักแข่ง ทีมแข่ง ทีมงานและแฟนคลับไม่ได้อยู่แค่ในบุรีรัมย์ แต่ใช้เวลาช่วงก่อนและหลังแข่งเดินทางไปพักผ่อน ยังแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อ ทั้งทะเลภาคใต้ วัดวาอารามในกรุงเทพฯ และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในภาคเหนือ สร้างรายได้หมุนเวียนไปทั่วทุกภูมิภาค

ที่พักถูกจองเต็ม 100% ในบุรีรัมย์และใกล้เคียง อาทิ สุรินทร์ นครราชสีมา และชัยภูมิ สินค้า OTOP และร้านอาหารมียอดขายพุ่งสูงกว่าปกติถึง 5 เท่า ก่อให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่และส่วนกลางรวม 7,983 ตำแหน่งงาน สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 5,139 ล้านบาท โดยรัฐได้รับรายได้ในรูปแบบภาษีไม่น้อยกว่า 358 ล้านบาท

More Than a Race ครั้งแรกของโลกกับ “Tuk Tuk Challenge”

ไวรัลกระหึ่มโลก การนำนักบิดซูเปอร์สตาร์ระดับโลก 21 คน ลงมาซิ่ง “รถตุ๊กตุ๊กไทย” แข่งกันกลางสนามช้างฯ กลายเป็นคอนเทนต์ที่ถูกส่งต่อมากที่สุดในโลกโซเชียล มีคนเห็นภาพและแชร์ต่อกันไปมากกว่าพันล้านคน

สนุกยิ่งกว่าการแข่งจริง แฟนๆ ทั่วโลกต่างคอมเมนต์ว่าความฮาและความมันส์ของกิจกรรมนี้ “แย่งซีน” เมนเรซไปแบบเต็มๆ สร้างภาพจำใหม่ให้ไทยว่าไม่ใช่แค่จัดงานเก่ง แต่จัดงานได้ “โคตรสนุก” และเข้าถึงง่าย

พลังที่เหนือกว่าโฆษณา จุดสำคัญคือแม้แต่คนที่ไม่เคยดูแข่งก็ยังหยุดดู เพราะความ “เรียล” แบบไม่มีสคริปต์ ทั้งตลก น่ารัก และมีความเป็นไทยชัดเจน เป็นการส่งออก ไทยพาวเวอร์ (Thai Power) ที่ทรงพลังที่สุด ทำให้คนทั่วโลกรู้จักโมโตจีพีสนามประเทศไทย อยากมาชมในปีต่อไป รวมถึงอยากมาลองนั่งตุ๊กๆ เที่ยวประเทศไทยสักครั้ง

เกมการแข่งขันที่ “สนุกเข้มข้น” ทุกวินาทีบนแทร็ก

ดุเดือดทุกโค้ง ตั้งแต่รอบ Sprint Race ไปจนถึง Main Race นักบิดทุกคนใส่กันเต็มสูบแบบไม่มีใครยอมใคร พลิกสถานการณ์กันทุกรอบการแข่งขัน โดยเฉพาะการชิงจังหวะใน “โค้ง 12” โค้งปราบเซียนที่ตัดสินชัยชนะ

มาร์โก เบซเซคคี จากอพริเลีย เรซซิ่ง บิดนำม้วนเดียวจบคว้าแชมป์สนามแรกของปีไปครอง ท่ามกลางดราม่าของยอดนักบิดอย่าง มาร์ค มาร์เกซ ที่ต้องเจอวิกฤตยางแตกในช่วงท้ายเกม สร้างความตกตะลึงให้แฟนๆ อย่างมาก

มากกว่ากีฬา คือ “พลังเสน่ห์แห่งวิถีไทย” ที่โลกหลงรัก

เสน่ห์ที่ทำให้ “ThaiGP” แตกต่างจากสนามอื่นทั่วโลกคือ การสร้าง “มอเตอร์สปอร์ต เฟสติวัล” และการนำ “ไทยพาวเวอร์” มาผสมผสานกับกีฬาระดับโลกได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นภาพจำที่ประทับใจคนทั้งโลก

ศึกมวยไทย วิถีถิ่นไทย  ไฮไลต์เด็ดที่หน้าสนาม ช้าง อารีนา ถูกเนรมิตเป็นสังเวียนมวยไทยระดับโลก จัดคู่มวยคุณภาพรวม 8 คู่ โชว์ศิลปะการต่อสู้ที่เป็นรากเหง้าของไทยสู่สายตาแฟนความเร็วนับแสนคน, Shuttle แต๋น  รถอีแต๋นภูมิปัญญาไทยที่กลายเป็นซิกเนเจอร์ระดับโลก, เซาะกราว ซิมโฟนี ออเคสตรา การร้องและบรรเลงเพลงชาติไทยเปิดสนามจากเยาวชนท้องถิ่น รวมทั้งการแสดงหนังใหญ่ สะท้อนถึง พลังเสน่ห์แห่งวิถีไทยและพลังของลูกหลาน “ฅนบุรีรัมย์”

ครบเครื่องที่สุดในโลก: ช้อป ชิม ชม จบในที่เดียว

เสน่ห์ที่ทำให้สนามประเทศไทยแตกต่างคือความ “ครบเครื่อง” ที่ไม่มีสนามไหนในโลกเทียบได้ เป็นสวรรค์ของคนรักความเร็ว มีทั้งบูธสินค้ามอเตอร์สปอร์ต อุปกรณ์แต่งรถ และสินค้าคอลเลกชันพิเศษที่ยกกองทัพมาให้ช้อปแบบจัดเต็มในราคาพิเศษ, คอนเสิร์ตและความบันเทิงปิดท้ายวันอย่างสุดมันส์จากศิลปินแถวหน้า สร้างบรรยากาศการเฉลิมฉลองที่เปลี่ยนสนามแข่งรถให้เป็นเทศกาลดนตรีสุดสนุก และมีมหกรรม OTOP ของดีทั่วไทยที่ผนึกกำลังกับ กระทรวงมหาดไทย ขนสินค้าของดีของดังจากทั่วประเทศมาให้ช้อปให้ชิมถึงหน้าสนาม ทั้งงานหัตถศิลป์ระดับพรีเมียมและอาหารรสเลิศที่คัดมาแล้วว่าดีที่สุด

บทสรุป 7 ปี ชัยชนะของ “ไทยพาวเวอร์” (Thai Power)

ตลอด 7 ปีที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือ “โมโตจีพี” (MotoGP) ตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปี 2569 เราได้พิสูจน์ให้โลกจดจำว่านี่ไม่ใช่เพียงการแข่งขันชิงเจ้าความเร็ว (More Than a Race)  แต่เป็นเครื่องพิสูจน์ศักยภาพการจัดอีเวนต์ระดับโลกของคนไทยในการจัดมหกรรมกีฬาระดับโลกได้อย่างน่าประทับใจ ความเชื่อมั่นจากนักแข่ง ทีมงาน สื่อมวลชน และแฟนความเร็วที่ยกให้ไทยเป็นหนึ่งในสนามที่บรรยากาศดีที่สุด-มีเสน่ห์ที่สุดของโลก

การจัดการแข่งขันครั้งนี้ ให้ผลตอบแทนมหาศาล ปักหมุดประเทศไทยให้ผงาดบนแผนที่กีฬาระดับโลกได้อย่างภาคภูมิ และเป็น “จิ๊กซอว์สำคัญ” ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย สร้างแรงดึงดูดผ่าน “พลังเสน่ห์แห่งวิถีไทย” สู่สายตาชาวโลกได้อย่างงดงาม

Related Articles

Stay Connected

269FansLike
2,760SubscribersSubscribe
- Advertisement -spot_img

Latest Articles