เปิดตัว ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รุ่นกระบะ 4 ประตูครั้งแรกในโลก ที่ Motor Show 2026

ฟอร์ด ประเทศไทย สร้างความตื่นเต้นอีกครั้งในตลาดรถกระบะ เปิดตัว ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รถกระบะสำหรับภารกิจหนักที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ช่องว่างสำคัญในตลาด พร้อมนิยามความแกร่งบทใหม่ ‘โหดได้เรื่อง ดุได้ใจ!’ โดยลูกค้าไทยจะได้สัมผัสรุ่นกระบะ 4ประตู เป็นครั้งแรกของโลกก่อนใคร พร้อมเผยไลน์อัพรุ่นย่อยใหม่ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ที่มาพร้อมสมรรถนะ เทคโนโลยี และทางเลือกที่ตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ตอกย้ำบทบาทของฟอร์ดในฐานะผู้นำตลาดรถกระบะ และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47พร้อมโปรโมชันสุดเร้าใจทั้งภายในงานและที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ ตั้งแต่25มีนาคม – 5เมษายน 2569

“การเปิดตัว ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของฟอร์ดในการยกระดับมาตรฐานความแกร่งของตลาดรถกระบะ โดยฟอร์ดมองเห็นช่องว่างสำคัญในตลาดสำหรับรถกระบะที่สามารถรองรับภารกิจหนักได้อย่างแท้จริง ตั้งแต่ผู้ประกอบการที่ต้องใช้รถสำหรับภารกิจหนัก ไปจนถึงนักเดินทางที่ต้องการรถที่พร้อมลุยในทุกสภาพเส้นทาง เราจึงพัฒนารถรุ่นนี้ขึ้นมาเพื่อเปิดเซ็กเมนต์ใหม่ของรถกระบะสำหรับภารกิจหนัก นอกจากนี้ฟอร์ดยังได้เปิดตัวไลน์อัปรถยนต์ใหม่ของ ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ด้วยทางเลือกเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบที่ปรับจูนใหม่ จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด เพื่อมอบทางเลือกที่ตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้าชาวไทย สะท้อนแนวทางการตลาดระดับโลกของฟอร์ด ภายใต้แพลตฟอร์ม ‘Ready Set Ford’ ที่มุ่งเสริมศักยภาพให้ลูกค้าสามารถดึงขีดความสามารถของตนเองออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ผ่านการใช้รถฟอร์ด” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นคำตอบสำหรับลูกค้าที่ต้องการสมรรถนะด้านการบรรทุกและการลากจูงในระดับที่แตกต่างจากรถกระบะที่มีจำหน่ายในท้องตลาดปัจจุบัน ด้วยความสามารถในการลากจูงสูงสุด 4,500 กิโลกรัม รองรับน้ำหนักรถรวมบรรทุกสูงสุด หรือ GVM (Gross Vehicle Mass) 4,500 กิโลกรัม และน้ำหนักรวมบรรทุกและลากจูงสูงสุด หรือ GCM (Gross Combine Mass) 8,000 กิโลกรัม

ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ มาพร้อมโครงสร้างที่ได้รับการอัปเกรดใหม่ทั้งหมด มีน้ำหนักมากกว่าโครงปกติของเรนเจอร์ทั่วไป 70-80 กิโลกรัม กันชนเหล็กยึดกับโครงรถโดยตรง แผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถผลิตจากเหล็กหนาถึง 3.6 มิลลิเมตร ที่ปกป้องช่วงล่างตั้งแต่ด้านหน้าไปจนถึงบริเวณถังน้ำมัน พร้อมสำหรับการลงพื้นที่สมบุกสมบันทุกรูปแบบ ระบบช่วงล่างที่ออกแบบใหม่ ประกอบด้วยปีกนกที่หนาที่สุดเท่าที่ฟอร์ดเคยพัฒนาให้กับฟอร์ด เรนเจอร์ เพลาขับหน้าและหลังที่แข็งแรงขึ้น และเฟืองท้ายแบบใหม่ที่ใหญ่และแข็งแรง เพื่อรองรับการบรรทุกและลากจูงของที่มีน้ำหนักมากจากการใช้งานอย่างหนักหน่วงของลูกค้า เอกลักษณ์ความ ‘โหดได้เรื่อง ดุได้ใจ!’ ยังสะท้อนผ่านรายละเอียดการออกแบบ เช่น ล้อเหล็ก Heavy Duty น็อต 8 ตัว ซึ่งมีเฉพาะในรุ่นซูเปอร์ ดิวตี้เท่านั้น พร้อมสัญลักษณ์ ‘SUPER DUTY’ ที่แผงคอนโซลหน้า

ฟอร์ดยังตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีช่วยขับขี่ที่พัฒนาสำหรับการขับขี่ออฟโรดโดยเฉพาะ ด้วยโหมดการขับขี่ครบ 7 โหมด ได้แก่ โหมดปกติ โหมดประหยัด โหมดลากจูง โหมดถนนลื่น โหมดโคลน โหมดทราย โหมดหิน นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์อัจฉริยะที่นำมาใช้ในรถกระบะในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ได้แก่ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเพื่อการขับขี่ออฟโรด (Trail Control) และระบบช่วยเลี้ยวบนเส้นทางออฟโรด (Trail Turn Assist)

ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รุ่นกระบะ 4 ประตู เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 ราคาเปิดตัว 1,599,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง

นอกจากนี้ ฟอร์ดยังยกระดับไลน์อัปรุ่นย่อย ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เพื่อเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ และทางเลือกให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถที่มาพร้อมฟีเจอร์ระดับพรีเมียมได้ง่ายขึ้น ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร  เทอร์โบที่ปรับจูนใหม่ จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ระบบความปลอดภัยที่ติดตั้งมาตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น และปรับโฉมดีไซน์ภายนอกให้ดูเท่และดุดันขึ้นกว่าเดิม ในหลากหลายรุ่นย่อย

ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ปรับแต่งเพื่อตอบโจทย์การใช้งานได้ครบครันยิ่งขึ้น ทั้งด้านการทำงานและไลฟ์สไตล์ในวันหยุดกับครอบครัว นำโดยฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค เอ็กซ์ เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร วี 6 เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ที่ยกระดับความดุดันด้วยสมรรถนะการขับขี่ออฟโรดเหนือระดับ โดดเด่นด้วยการอัปเกรดช่วงล่างด้วยโช้คอัพ Bilstein เสริมแผ่นโลหะกันกระแทกใต้ท้องรถ พร้อมไฟหน้าแบบเมทริกซ์ แอลอีดี และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว สีดำด้าน ยาง All-Terrain (A/T 265/70 R17) เพื่อรองรับทุกเส้นทางท้าทายได้อย่างมั่นใจ พร้อมนวัตกรรม Flexible Rack System ที่ช่วยให้การบรรทุกอุปกรณ์เดินทางเป็นเรื่องง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ภายในห้องโดยสารมอบความหรูหราด้วยระบบเสียงพรีเมียมจาก Bang & Olufsen 8 ตำแหน่ง ให้ทุกการเดินทางคือการพักผ่อนอย่างมีสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานหนักหรือทริปท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์ตรีม และเพิ่มความโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยสีใหม่สีส้ม อิกไนท์ ออเรนจ์ ที่สะท้อนตัวตนสายลุยได้อย่างชัดเจน 

ขณะที่ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ และ รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ได้รับการเสริมเทคโนโลยีความปลอดภัยและระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง โดยไวลด์แทรคทุกรุ่นมาพร้อมสีใหม่ อิกไนท์ ออเรนจ์ เพิ่มความโดดเด่นสำหรับลูกค้าสายลุย ส่วนรุ่นคุ้มค่าสำหรับการใช้งานอย่าง ฟอร์ด เรนเจอร์ XLS รุ่นกระบะ 4 ประตูยกสูง ได้รับการอัปเกรดอุปกรณ์เพื่อความสะดวกสบายและการใช้งานที่ครบครันยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอสีแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 12 นิ้ว ระบบปรับอากาศแบบแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวา ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมเพิ่มไฟท้ายแบบแอลอีดี ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเพิ่มทางเลือกในรุ่นเริ่มต้นอย่าง ฟอร์ด เรนเจอร์ XL+ ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด เป็นครั้งแรก

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ มอบทางเลือกที่ครอบคลุมยิ่งขึ้นให้กับลูกค้ารถยนต์นั่งอเนกประสงค์ ทั้งในชีวิตประจำวันและการเดินทางผจญภัย โดยฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 และทางเลือกใหม่ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ขับขี่ระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น มาพร้อมเพิ่มสีใหม่สุดหรู สีเขียว อะเคเซีย กรีน

ขณะที่ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต ตอกย้ำความคุ้มค่าและความสามารถในการลุย ด้วยทางเลือกระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ตอบโจทย์ลูกค้าที่มองหารถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่พร้อมลุยในราคาที่เข้าถึงง่าย ควบคู่ดีไซน์ที่โดดเด่น ครบครันด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย มาพร้อมสีเทาใหม่ คอมมานด์ เกรย์ ส่วนน้องใหม่รุ่นเริ่มต้นกับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แอคทีฟ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีช่วยการขับขี่และความปลอดภัยขั้นสูง เช่น ระบบช่วยเบรคอัตโนมัติ  ระบบเตือนการชนด้านหน้า ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง ระบบช่วยควบคุมรถหลังจากชน ระบบไฟส่องสว่างแบบแบ่งโซน ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ มาพร้อมจอสีแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 12 นิ้ว

ฟอร์ดเตรียมเปิดให้ลูกค้าที่สนใจสั่งจองรถฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ได้ทั้งผ่านช่องทางออนไลน์ บนเว็บไซต์ www.ford.co.th รวมถึงที่งานมอเตอร์โชว์ และที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ

ข้อเสนอสุดพิเศษเฉพาะช่วงงานมอเตอร์โชว์

ฟอร์ดมอบข้อเสนอพิเศษสำหรับรถรุ่นใหม่ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (เฉพาะช่วงระยะเวลาการจัดงาน) โดยมีรายละเอียดดังนี้

* ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รุ่นกระบะ 4 ประตู เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 เปิดตัวในราคา 1,599,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง

* ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค เอ็กซ์ เปิดตัวในราคา 1,469,000 บาท ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง

* ฟอร์ด เรนเจอร์ XLS รุ่นกระบะ 4 ประตู จำหน่ายในราคาพิเศษเพียง 939,000 บาท พร้อมโปรแกรมผ่อนต่ำเพียง 9,787 บาทต่อเดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง

* ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ เปิดตัวในราคา 1,779,000 บาท ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง

* ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ จำหน่ายในราคา 1,669,000 บาท รับดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง เมื่อดาวน์ 25% และผ่อน 48 เดือน เมื่อจัดไฟแนนซ์ผ่านฟอร์ด ลีสซิ่ง

* ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แอคทีฟ ใหม่ จำหน่ายในราคาพิเศษเพียง 1,299,000 บาท จากราคาปกติ 1,379,000 บาท เมื่อจัดไฟแนนซ์ผ่านฟอร์ด ลีสซิ่ง

* รถฟอร์ด ทุกรุ่นมาพร้อมโปรแกรม Ford Care รับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่จากโรงงาน นาน 5 ปี /150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

ฟอร์ดยังคงสานต่อการดูแลลูกค้าเพื่อยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถ ด้วยแนวคิดการบริการแบบ ‘สะดวก มั่นใจ ประทับใจ’ พร้อมดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัวด้วยนวัตกรรมการบริการที่พัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงลูกค้าเป็นศูนย์กลางอยู่เสมอ ควบคู่การมอบความคุ้มค่าและสิทธิประโยชน์ให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นการมอบการบริการตลอด 24 ชั่วโมงผ่านช่องทางดิจิทัลต่างๆ ทั้ง Ford app และ Line OA Ford Thailand เช่น ระบบนัดหมายเข้าศูนย์บริการ การติดตามสถานะการซ่อมบำรุง เพิ่มความสะดวกในการเข้ารับบริการ อีกทั้งยังมอบความคุ้มค่าระยะยาวโดยให้ความสำคัญกับการลดค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของรถผ่านโปรแกรมบำรุงรักษาและแพ็กเกจบริการที่หลากหลาย และสิทธิประโยชน์จาก Ford Rewards Club เพื่อตอบโจทย์ความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน

ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ และรถฟอร์ดรุ่นย่อยใหม่ได้จากแฮชแท็ก #ToughUnlimited

Ford Defines a New Heavy-Duty Pickup Segment with the Global-First Double Cab Ranger Super Duty; New Ranger and Everest Models Premiere at 47th Bangkok Motor Show

* Ford officially launches and announces pricing for the Ford Ranger Super Duty in Thailand for the first time. The heavy-duty pickup is developed to address a significant market gap, setting a new standard for toughness and ready to take on demanding missions right out of the factory, under the concept ‘Tough Unlimited’ priced at 1,599,000 baht.

* Ford elevates its Ranger and Everest lineups with new variants featuring a re-tuned 2.0L turbo diesel engine paired with a 10-speed automatic transmission, bringing fresh design, performance, and advanced safety technologies from entry-level models.

* Customers can explore exclusive promotions at the Motor Show for new and popular models, alongside after-sales services committed to delivering ‘convenient, reliable, and impressive’ experiences.

Ford Thailand once again generates excitement in the pickup market with the launch of the Ford Ranger Super Duty, a heavy-duty pickup developed to address a significant market gap. Redefining toughness with its ‘Tough Unlimited’ concept, Thai customers will be the first in the world to experience the double-cab version. Ford also reveals new variants for the Ford Ranger and Ford Everest, offering enhanced performance, technology, and versatile options to meet diverse needs and lifestyles. This underscores Ford’s leadership in the pickup truck and SUV segments at the 47th Bangkok International Motor Show, running from 25 March to 5 April 2026, with exclusive promotions both at the event and across all Ford dealerships nationwide.

“The launch of the Ford Ranger Super Duty marks another significant step for Ford in elevating toughness standards in the pickup market. Ford identified a crucial gap for a pickup capable of truly heavy-duty tasks, serving customers ranging from entrepreneurs with demanding work to adventurers seeking an all-terrain truck. We developed this model to pave the way for a new heavy-duty pickup segment. Furthermore, Ford is introducing new Ranger and Everest variants, featuring a re-tuned 2.0L turbo diesel engine paired with a 10-speed automatic transmission. This provides Thai customers with more choices that align with their diverse needs and lifestyles, reflecting Ford’s global ‘Ready Set Ford’ platform, which empowers customers to maximize their potential through Ford vehicles,” said Ratthakarn Jutasen, managing director, Ford Thailand.

The Ford Ranger Super Duty is engineered for customers demanding superior payload and towing capabilities. It boasts a maximum towing capacity of 4,500 kg, a Gross Vehicle Mass (GVM) of 4,500 kg, and a Gross Combined Mass (GCM) of 8,000 kg.

Its entirely upgraded frame is 70-80 kg heavier than a standard Ranger, featuring a direct frame-mounted steel bumper and 3.6 mm thick steel underbody protection from front to fuel tank, ready for extreme conditions. The redesigned suspension includes the thickest control arms ever developed for Ranger, strengthened front and rear axles, and larger, more robust new differentials to support heavy loads. The ‘Tough Unlimited’ identity is further highlighted by exclusive Heavy Duty 8-stud steel wheels and a ‘SUPER DUTY’ dashboard emblem.

Ford reinforces its leadership in off-road driver-assist technology with a full suite of 7 drive modes: Normal, Eco, Tow/Haul, Slippery, Mud/Ruts, Sand, and Rock Crawl. It also introduces Thailand’s first pickup features like Trail Control and Trail Turn Assist.

The Double Cab Ford Ranger Super Duty, powered by a 3.0L V6 diesel engine, is priced at 1,599,000 baht, including complimentary first-class insurance.

Ford further elevates its Ranger and Everest variants, enhancing driving performance and offering more accessible premium features. These new variants integrate a re-tuned 2.0L turbo diesel engine with a 10-speed automatic transmission, comprehensive safety systems from entry-level, and bolder exterior designs across the range.

The new Ford Ranger line-up is tailored for versatile use, from work to family adventures. Highlights include the Ranger Wildtrak-X with a 3.0L V6 10-speed automatic, boasting enhanced off-road performance with Bilstein shock absorbers, steel underbody protection, Matrix LED headlamps, and 17-inch matte black alloy wheels with A/T 265/70 R17 tires, delivering greater confidence across challenging terrains. Its innovative Flexible Rack System simplifies gear transport. The luxurious interior features an 8-speaker Bang & Olufsen sound system. The Ranger Wildtrak-X is also available in the new Ignite Orange.

Ford Ranger Wildtrak 4×4 and 4×2 models, with the 2.0L turbo diesel and 10-speed automatic, gain enhanced safety and advanced driver-assist technologies, also available in Ignite Orange. The value-oriented Ranger XLS Double Cab Hi-Rider is enhanced for greater comfort and everyday usability, with a 12-inch Multi-Touch screen, dual-zone climate control, rear air vents, LED taillamps, and Cruise Control. For the first time, the entry-level Ranger XL+ now offers a 10-speed automatic transmission.

The new Ford Everest variants offer broader choices for SUV customers. The Everest Platinum is available with a 3.0L V6 diesel engine and now introduces a more accessible 2.0L turbo diesel 4×4 option, delivering a premium driving experience, featuring the elegant new Acacia Green color.

The Everest Sport enhances value and off-road capability with a 4×4 option, appealing to customers seeking an adventurous, well-equipped SUV with distinctive design and comprehensive safety at an accessible price, now available in new Command Grey. The entry-level Everest Active now features advanced driver-assist and safety technologies including Automatic Emergency Braking, Forward Collision Warning, Lane Keep Assist, Post-Impact Braking, Zone Lighting, Auto High-Beam Headlamps, and a 12-inch Multi-Touch screen.

New Ford Ranger and Ford Everest are available for booking online at www.ford.co.th, at the Motor Show, and at Ford dealerships nationwide.

Exclusive Motor Show Offers

Ford presents special promotions for new models exclusively during the 47th Bangkok International Motor Show:

* Ford Ranger Super Duty Double Cab 3.0L V6 diesel: 1,599,000 baht, with complimentary first-class insurance.

* Ford Ranger Wildtrak-X: 1,469,000 baht, with complimentary first-class insurance.

* Ford Ranger Double Cab XLS: special price of 939,000 baht, with low monthly installments from 9,787 baht, plus complimentary first-class insurance.

* Ford Everest Platinum 2.0L turbo diesel: 1,779,000 baht, with complimentary first-class insurance.

* Ford Everest Sport 4×4: 1,669,000 baht, with special 0.99% interest and complimentary first-class insurance (25% down payment, 48-month financing via Ford Leasing).

* New Ford Everest Active: special price of 1,299,000 baht (from 1,379,000 baht) with Ford Leasing.

* All Ford models comes with the Ford Care program: 5-year/150,000 km factory warranty (whichever comes first).

Ford continues to elevate the ‘convenient, confident, and impressive’ ownership experience with customer-centric innovations including 24/7 digital services via the Ford app and Line OA Ford Thailand for service appointments and repair tracking. Ford also ensures long-term value through maintenance programs, diverse service packages, and Ford Rewards Club benefits, reducing ownership costs throughout the vehicle’s lifespan.

Follow updates on Ford Ranger Super Duty and new Ford variants using hashtags:

Related Articles

Stay Connected

269FansLike
2,760SubscribersSubscribe
- Advertisement -spot_img

Latest Articles