ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุดและอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM เปิดบทสรุปความสำเร็จของทีม GWM Ek Group Racing Team และ GWM TANK 300 DIESEL หลังสร้างผลงานอันน่าภาคภูมิใจในการแข่งขัน Asia Cross Country Rally 2026 (AXCR 2026) ด้วยการนำรถแข่งทั้ง 2 คันผ่านบททดสอบครบทั้ง 6 สเตจ และเข้าเส้นชัยได้สำเร็จ ท่ามกลางเส้นทางครอสคันทรีสุดโหดกว่า 2,000 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในบททดสอบที่หนักหน่วงที่สุดของวงการมอเตอร์สปอร์ตเอเชีย ในการแข่งขันครั้งนี้ รถ GWM TANK 300 DIESEL หมายเลข 114 ขับโดย โอฬาร สรสิริรัตน์ พร้อมผู้นำทาง สมเกียรติ น้อยจาด คว้าอันดับ 12 Overall และอันดับ 4 ในรุ่น T2A-D ขณะที่รถ GWM TANK 300 DIESEL หมายเลข 128 ขับโดย โทวัล ธรวรรณเสน พร้อมผู้นำทาง ชัพวิชญ์ จุลสันติรัตน์ จบการแข่งขันในอันดับ 15 Overall และอันดับ 6 ในรุ่น T2A-D สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง ความทนทาน และศักยภาพของ GWM TANK 300 DIESEL ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร ในสภาพการใช้งานจริงบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยความท้าทาย และสภาพภูมิประเทศที่หลากหลายตลอดการแข่งขัน

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ปัจจุบัน GWM มีเครือข่ายวิจัยและพัฒนา (R&D) ครอบคลุมทั้งยุโรป เอเชีย และอเมริกาเหนือ ครอบคลุมตั้งแต่ห้องปฏิบัติการทดสอบการชน อุโมงค์ลม ไปจนถึงสนามทดสอบที่จำลองสภาพพื้นผิวมากกว่า 100 รูปแบบ อีกทั้งยังมีขีดความสามารถในการทดสอบที่เข้มงวดกว่า 2,000 รายการ ครอบคลุมสภาพถนนและโซนจำลองทุกรูปแบบเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่างไรก็ตามเราไม่ได้หยุดอยู่แค่การจำลองในห้องปฏิบัติการ หลังจากพิสูจน์ยานยนต์ของเราในทะเลทรายอันสุดขั้วของการแข่งขัน Taklimakan Rally การเข้าร่วมศึก AXCR กับเส้นทางออฟโรดในเขตร้อนที่คาดเดาไม่ได้นี้ได้มอบความท้าทายที่แตกต่างออกไป ยิ่งไปกว่านั้นการแข่งขันปีนี้ที่ถูกจัดขึ้นในประเทศไทย ทำให้เราสามารถพิสูจน์สมรรถนะรถของเราภายใต้สภาพภูมิประเทศ และภูมิอากาศจริงที่ผู้ใช้งานในประเทศไทยต้องเผชิญได้อย่างเต็มที่ ซึ่งการส่ง GWM TANK 300 DIESEL ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร ทั้ง 2 คัน เข้าร่วมการแข่งขันในรุ่น T2 ซึ่งยังคงมีพื้นฐานใกล้เคียงกับรถผลิตจริงมากที่สุด และสามารถเข้าเส้นชัยได้สำเร็จหลังเผชิญเส้นทางกว่า 2,000 กิโลเมตร ได้สะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจได้ของทั้งแบรนด์และไลน์อัปผลิตภัณฑ์ TANK ของเรา ทั้งในด้านวิศวกรรม โครงสร้างแชสซี ระบบส่งกำลัง และขุมพลังดีเซลที่สั่งสมความเชี่ยวชาญมายาวนานกว่า 30 ปี ได้อย่างเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน”

รถ SUV ทรงกล่อง Boxy Style ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน และการเดินทางแบบออฟโรดขั้นสุด
สำหรับการแข่งขัน AXCR 2026 ทาง GWM ส่ง GWM TANK 300 จำนวน 2 คันลงแข่งขันในรุ่น T2A-D ซึ่งเป็นประเภท Production-Based Vehicle หรือรถที่ยังคงมีพื้นฐานใกล้เคียงกับรถผลิตจริงมากที่สุดตามข้อกำหนดการแข่งขัน โดยยังคงใช้โครงสร้างพื้นฐาน ระบบส่งกำลัง และวิศวกรรมหลักของรถที่จำหน่ายจริง พร้อมปรับอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับการแข่งขัน โดยหัวใจสำคัญของรถแข่งทั้งสองคันคือ เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร เทอร์โบแปรผัน (VGT) ที่ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด และระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ ซึ่งช่วยส่งมอบแรงบิดอย่างต่อเนื่องในทุกสภาพเส้นทาง ควบคู่กับเทคโนโลยีออฟโรดอัจฉริยะที่ช่วยเสริมความมั่นใจในการควบคุมรถบนเส้นทางที่หลากหลาย ขณะที่ดีไซน์เอกลักษณ์ทรงกล่อง Boxy Style ไม่เพียงสะท้อนความแข็งแกร่ง แต่ยังให้ความคล่องตัวสูง และง่ายสำหรับผู้ขับขี่ สะท้อนศักยภาพของ GWM TANK 300 DIESEL ที่พร้อมตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน และการเดินทางแบบออฟโรดขั้นสุด ผ่านการพิสูจน์จริงบนสังเวียนแรลลี่ระดับโลก

จากห้องทดสอบสู่สนามจริง อีกหนึ่งบทพิสูจน์ความทนทานเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร และเกียร์ 9AT
หนึ่งในบทเรียนสำคัญจากการแข่งขันครั้งนี้คือการเก็บข้อมูลการทำงานของรถภายใต้สภาวะขีดสุดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงลึกที่ไม่สามารถจำลองได้อย่างสมบูรณ์แม้ในสนามทดสอบมาตรฐานหรือการใช้งานบนถนนทั่วไป การแข่งขัน Asia Cross Country Rally (AXCR) 2026 ไม่ได้เป็นเพียงเวทีพิสูจน์ความสำเร็จของ GWM TANK 300 DIESEL สามารถคว้าอันดับ 4 และ 6 ในรุ่น T2A-D มาครองได้เท่านั้น แต่ยังเป็น “ห้องปฏิบัติการวิจัยเคลื่อนที่” ที่ดุดันเพื่อทดสอบขีดจำกัดทางวิศวกรรมของตัวรถ โดยภายหลังจบการแข่งขัน ทีมวิศวกรได้ส่งตัวอย่างน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์จากรถแข่ง หมายเลข 114 ไปวิเคราะห์เชิงลึกที่ Focus Lab ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการวิเคราะห์น้ำมันหล่อลื่นที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO9001:2015
ผลทดสอบไม่พบความผิดปกติของการเจือปนธาตุ โลหะทั้ง 18 ชนิด (Fine Wear) และ 11 ชนิด (Coarse Wear) ในน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์ เป็นการตอกย้ำว่าชิ้นส่วนภายในของเครื่องยนต์ 2.4T และเกียร์ 9AT มีอัตราการสึกหรอที่ต่ำมาก แม้จะถูกเค้นสมรรถนะอย่างหนักหน่วงที่สุดก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้นข้อมูลผลทดสอบยังระบุสถานะ “NORMAL” (ปกติ) ในทุกมิติ ทั้งชิ้นส่วนโลหะ คุณภาพน้ำมัน และสิ่งเจือปน ถือเป็นอีกหนึ่งผลการพิสูจน์ เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนของ GWM ถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อสภาวะสุดขั้วได้เป็นอย่างดี โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์รุ่นต่อไป เพื่อยกระดับคุณภาพ ความทนทาน และความมั่นใจในการใช้งานจริงของลูกค้า พร้อมต่อยอดสมรรถนะของขุมพลังดีเซล และเทคโนโลยีออฟโรดอัจฉริยะ ให้สามารถรับมือกับสภาพเส้นทางที่หลากหลายได้อย่างมั่นใจและควบคุมได้ง่ายยิ่งขึ้น
ต่อยอดองค์ความรู้มอเตอร์สปอร์ต มุ่งพัฒนายานยนต์ที่ไว้วางใจได้ในทุกการเดินทาง
ความสำเร็จครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงพลังของการทำงานร่วมกันภายใน GWM Ek Group Racing Team ซึ่งประกอบด้วยนักแข่ง ผู้นำทาง วิศวกร ช่างเทคนิค ทีมบริการ และทีมสนับสนุนที่ต้องประสานงานอย่างใกล้ชิดตลอดการแข่งขัน ภายใต้สภาพเส้นทางและสภาพอากาศที่คาดเดาได้ยาก ความพร้อมในการเตรียมรถ การสื่อสารที่ชัดเจน การวางแผนอย่างรัดกุม และการตัดสินใจที่รวดเร็ว ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้รถทั้งสองคันสามารถเดินทางไปถึงเส้นชัยได้สำเร็จ นอกจากนี้ AXCR 2026 ยังเป็นภาพสะท้อนของความร่วมมือระหว่าง GWM (Thailand) และพาร์ทเนอร์ โดยมี EK Group พันธมิตรสำคัญที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน และร่วมส่งเสริมภาพลักษณ์และตอกย้ำความเชื่อมั่นในคุณภาพ เทคโนโลยี และศักยภาพของผลิตภัณฑ์ GWM ในระยะยาว
การแข่งขัน AXCR 2026 ยังช่วยสะท้อนภาพของ GWM ในอีกมิติหนึ่ง จากแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับด้านยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์พลังงานใหม่ สู่การแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมระบบส่งกำลังและเครื่องยนต์ดีเซลประสิทธิภาพสูงที่สั่งสมมายาวนานกว่า 30 ปี พร้อมตอกย้ำศักยภาพของ GWM ในการตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มองหายานยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับพละกำลัง ความทนทาน และสมรรถนะออฟโรดของเครื่องยนต์ดีเซล
แม้การแข่งขัน AXCR 2026 จะสิ้นสุดลงแล้ว แต่สำหรับ GWM นี่คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้บทใหม่บนเส้นทางมอเตอร์สปอร์ต บริษัทฯ ยังคงศึกษาความเป็นไปได้และโอกาสใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์และทิศทางของแบรนด์ เพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมและนำไปต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคต พร้อมตอกย้ำบทบาทของ GWM Motorsport ในฐานะแพลตฟอร์มการเรียนรู้ระยะยาวที่เชื่อมต่อสนามแข่งขันเข้ากับการพัฒนารถยนต์สำหรับการใช้งานจริง เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าสามารถไว้วางใจได้ในทุกการเดินทาง




